Home » ข่าว » ทายาท “ห้างขายยาจอมทอง” กับเส้นทางธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น
ทายาท “ห้างขายยาจอมทอง” กับเส้นทางธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น

ทายาท “ห้างขายยาจอมทอง” กับเส้นทางธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น

logo สารรังสิต

ธรรมชาติบำบัด กลับคืนฟ้า คืนสู่ดิน สมุนไพรของขวัญที่ธรรมชาติได้มอบไว้ให้เรา คือสิ่งที่ “ห้างขายยาจอมทอง” ยึดถือมากว่า 40 ปี จนทำให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตยาแผนโบราณจากสมุนไพรที่มีมาตรฐานชั้นนำแห่งหนึ่งของประเทศ

คุณไกร-ทีปตวริทธิ์ หาญบุญญาพิพัฒน กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างขายยาจอมทอง ทายาทรุ่นที่สองที่สืบสานธุรกิจต่อจากคุณพ่อ สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต หลังจากนั้นได้ทำตามความฝันที่คุณพ่ออยากให้เรียนทางด้านนี้ ด้วยเพราะครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานยาสมุนไพร จึงเป็นความลงตัว บวกกับมองว่า การแพทย์แผนตะวันออกไม่ได้ตอบโจทย์ที่ว่าจะต้องทำงานโรงงาน แต่สามารถเป็นหมอแพทย์แผนไทยได้ เหมือนที่ส่วนหนึ่งในชีวิตเขาเป็นอยู่ตอนนี้

ชีวิตในช่วงวัยเรียน
ต้องบอกว่าผมไม่ได้เป็นคนเรียนเก่ง แต่ผมเป็นคนเอาตัวรอด ซึ่งเรียนกับเล่นค่อนข้างจะใกล้กันมาก ทั้งกิจกรรมและเรียนผมพยายามบาลานซ์ไม่ให้เสียจนเกินไป แต่ผมจบพร้อมรุ่น และเป็นสโมรสรนักศึกษามหาวิทยาลัย และสโมสรนักศึกษาคณะ ผมมีการบริหารชีวิตที่การเรียนกับกิจกรรมต้องไปด้วยกันให้ได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์ รุ่นพี่ และรุ่นน้องที่คณะดีมากครับ ทุกวันนี้ยังไปมาหาสู่คุยกันเป็นพี่เป็นน้อง อาจารย์บางท่านผมก็เชิญมาเป็นที่ปรึกษา มีความสนิทสนมกับที่คณะค่อนข้างเยอะมาก จะใช้คำว่า รักคณะ ก็ไม่ผิด

ไลฟ์สไตล์ส่วนตัว
ผมเป็นคนที่สบายมากๆ คือ เที่ยว ทำงาน เข้าวัด เที่ยวสัก 30% ในชีวิต เข้าวัด 30% อีก 60% คือใช้ชีวิตในด้านการทำงาน คือบริหารให้สมดุลกับชีวิต เพราะคนเราถ้าไม่เข้าวัดเลยก็จะไม่มีคุณธรรมในหัวใจ มองในจุดนั้นเป็นสำคัญ

หลังจากที่เรียนจบ ม.รังสิต ทำอะไรมาบ้าง
โดยหลักๆ แล้วทำธุรกิจของครอบครัว ที่มีค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจด้านการผลิตยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง การทำสื่อ วิทยุ โฆษณา และอสังหาริมทรัพย์ ผมมองว่า ธุรกิจทุกประเภท มีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ทำให้เราได้พบปะผู้คนที่แตกต่างกัน เพราะทุกธุรกิจคือการสร้างงาน

จุดเริ่มต้น / แรงบันดาลใจ ในการทำห้างขายยาจอมทอง
เริ่มจากคุณพ่อผมเคยเป็นเซลล์ขายยา และอยากจะทำบริษัทเป็นของตัวเองก็เลยได้จังหวะชีวิตที่คุณแม่ของเพื่อนคุณพ่อผม มาเสนอขายยาตัวแรกคือ ยาสตรีนิสิงเห ในขณะนั้นคุณพ่อผมบอกไม่มีตังค์จะซื้อ เกือบห้าสิบปีมาแล้ว แต่เขาให้เอามาขายก่อน คุณพ่อผมจึงนำมาทำ พอรับมาก็ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ขยาย จากโรงงานห้องแถว ค่อยๆ มีตึก ขยายขึ้นมาจนทุกวันนี้เราได้ GMP CICF คือ ระดับสูงสุดในการผลิตยาของประเทศ และแทบจะระดับโลกแล้ว

“เมื่อก่อนเราใช้หม้อต้มแบบหุงข้าว จนทุกวันนี้เราใช้เป็นเครื่องสตรีม และ One Stop ในการบรรจุ เป็นโรงงานสายพานเดี่ยว อุตสาหกรรมระบบปิด เพราะฉะนั้น เรื่องคุณภาพและความสะอาดจึงมีความปลอดภัยมากๆ ระยะเวลาที่ทำมาเฉพาะบริษัทยาตอนนี้ 40 กว่าปี พ่อผมเจเนอเรชันแรก ส่วนผมเป็นเซคเคิลเจเนอเรชัน เป็นลักษณะกงสีที่ครอบครัวช่วยกันดูแล ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กว่า 10 ชนิด ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือ ยาถ่าย 123 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกก่อนที่จะเกิดอาหารเสริม มีขายตามร้านขายยาทั่วไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และเป็นตัวที่ทำให้เรามีวันนี้ สำหรับกลุ่มเป้าหมายในส่วนของยาคือ กลุ่มวัยทำงานถึงผู้สูงวัย โดยผลิตภัณฑ์ของเราจะเน้นไปทางการดูแลสุขภาพผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย”

ความน่าสนใจของการรักษาแบบการแพทย์ทางเลือก
ผมว่าการรักษาแบบการแพทย์ทางเลือก เป็นอะไรที่มหัศจรรย์ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของคำว่า ความถูกต้องทางหลักวิทยาศาสตร์ด้วยส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เรามโนว่าเราฝังเข็มหรือตอกเส้นแล้วจะหาย แต่ต้องคำนึงถึงผู้ป่วยที่อาจจะมีอาการแทรกซ้อน หรืออาจจะเกิดความผิดพลาด ซึ่งต้องคำนึงถึงสิ่งนี้ แต่ถ้าถามว่าส่วนตัวผมได้ใช้ไหม ทุกวันนี้เดือนหนึ่งผมจะไปรักษาให้พระที่วัดหลวง ใช้ความรู้ที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์ ผมรักษาให้ฟรีโดยการฝังเข็ม บางทีพระท่านทำวัตรหรือคุกเข่านานๆ จนเกิดอาการปวดหลังร้าวลงขา เราก็จะใช้วิธีการฝังเข็มไปช่วยบรรเทาอาการให้ท่าน นี่คือสิ่งที่ผมได้ใช้วิชาชีพที่เรียนมาในส่วนของการเรียนแพทย์แผนไทย หรือแพทย์ทางเลือก

 

อุปสรรคที่ผ่านมา เราผ่านพ้นจุดนั้นมาได้อย่างไร
ตั้งแต่เราก้าวมาทำงานอุปสรรคมันมีเสมอ แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ยกตัวอย่าง คุณจบมาใหม่ๆ ไม่มีคนศรัทธาคุณหรอก ต่อให้คุณเป็นลูกเจ้าของก็ตาม แต่ความศรัทธาที่คุณจะให้ลูกน้องได้คือ คุณจะนำมาให้เขาไปรอดหรือเปล่า สามารถดูแลชีวิตและครอบครัวเขาได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราต้องพิสูจน์ว่า เราจะดูแลเขาได้ สำหรับผมเรื่องคนสำคัญที่สุดในการทำงาน เพราะการทำงานทุกอย่างนั้นต้องใช้คน แต่ถามว่าอุปสรรคมีเยอะ แม้กระทั่งผมต้องไปเดินเอกสารเองที่กระทรวง ผมต้องทำเองก่อนที่จะให้คนอื่นไปทำ ในเมื่อเราไม่ได้ทำเองแล้วเราจะใช้คนอื่นมันก็เหมือนเราปิดตาข้างหนึ่ง แต่ถ้าเรารู้ทุกอย่างแล้วเราค่อยให้เขาไปทำเขาก็โกหกเราไม่ได้ อุปสรรคของผมคือ จะซื้อใจคนได้อย่างไรให้เขาศรัทธาในตัวเรา

 

วางเป้าหมายในอนาคตไว้อย่างไรกับธุรกิจ
เป้าหมายของเราคือ การออกโปรดักส์ และวางตลาดใหม่ เพราะทุกวันนี้ 80% ของเราเป็นออฟไลน์ ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป เราจะเป็นตลาดออนไลน์มากขึ้น มีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มากขึ้น อย่างที่บอกว่าตอนนี้เราเป็นสินค้าคนวัยทำงานขึ้นไป ผมจะปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ทั้งยา อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ให้เข้าสู่ตลาดของออนไลน์อย่างน้อย 50%

ฝากถึงคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
ด้วยความที่ผมค่อนข้างทำ Start Up ของตัวเองในหลายๆ อย่าง ผมเคยจะเรียกว่าเจ๊งก็ไม่ผิด แต่บอกได้อย่างหนึ่งว่าคนที่จะทำธุรกิจใหม่ หรือนักศึกษาที่จบใหม่ อยากเริ่มอะไรเป็นของตัวเอง อย่างแรกคุณต้องมีใจรักที่จะเป็นเจ้าของบริษัท ซึ่งสำคัญที่สุด สอง คุณต้องรู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะทำคืออะไร ทำแล้วจะได้อะไร สาม คือ คุณต้องเตรียมตัวให้ดี ทั้งฐานการเงิน การตลาด ที่คุณวางไว้ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปทำ มีการวางแผนให้รอบคอบ และสี่ ต้องมองในจุดนี้ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนมีทุนเยอะ คุณลงทุนทำด้วยตัวเอง คุณต้องใส่ใจกับมันให้มากที่สุด แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีกำลัง คุณจะใช้คนไปทำงาน คุณก็ต้องไว้ใจเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และการทำงานที่ไว้ใจก็คือ การไว้ใจคนแล้วใช้ ถ้าไม่ไว้ใจอย่าใช้คน นี่คือหลักง่ายๆ ที่ผมจะฝากไว้ให้กับคนรุ่นใหม่

 

 

 

LOGO RSU

Comments

comments