Home » ข่าว » มุก “โกตี๋” ชักแป้ก-ยื้อปลดล็อกพรรคการเมืองพลิกรัดคอ คสช.!
มุก “โกตี๋” ชักแป้ก-ยื้อปลดล็อกพรรคการเมืองพลิกรัดคอ คสช.!

มุก “โกตี๋” ชักแป้ก-ยื้อปลดล็อกพรรคการเมืองพลิกรัดคอ คสช.!

เมืองไทย 360 องศา 

อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ทางฝ่ายตำรวจและฝ่ายความมั่นคงจับกุมอาวุธสงครามล็อตใหญ่ซุกซ่อนในทุ่งนาที่จังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อสัปดาห์ก่อน และมีการขยายผลเชื่อมโยงไปยัง วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดงที่กำลังหลบหนีคดี โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าอาวุธสงครามดังกล่าวเตรียมนำไปใช้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในช่วงปลายปี 

ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกมากล่าวทำนองว่าในทางการข่าวได้พบความเคลื่อนไหวที่จะก่อเหตุตลอดเวลา โดยเฉพาะการจับกุมอาวุธสงครามในเครือข่าย “โกตี๋” และย้ำว่าหากสถานการณ์ยังไม่สงบจะมีผลต่อการพิจารณา “ปลดล็อก” พรรคการเมือง หรือการยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้พรรคการเมืองได้เปิดประชุมและทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ซึ่งก็ได้ผลทันใจเพราะทำให้บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ออกมาโจมตีรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างรุนแรง กล่าวหาว่าพยายามสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อเลื่อนการปลดล็อกดังกล่าว รวมไปถึงระบุว่าเป็นเจตนาเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไปด้วย 

น่าสังเกตก็คือ เป็นอีกครั้งที่พรรคการเมืองใหญ่ออกมา “สามัคคีบาทา” รุมถล่มเข้าใจรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พุ่งเป้าหมายไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ควบคุมดูแลด้านความมั่นคงอย่างเบ็ดเสร็จมาอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ปี 

โดยเฉพาะคราวนี้บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ต่างออกมารุมยำ “บิ๊ก คสช.” กันแบบหนักหน่วงรุนแรง ถึงขนาดที่ว่านี่คือความพยายามรักษาอำนาจพร้อมกับเตือนในทำนองว่า “จะไม่มีแผ่นดินอยู่” โดยยกตัวอย่างอดีตผู้นำเผด็จการอย่าง จอมพลประภาส จารุเสถียร ว่ามีจุดจบอย่างไร 

อย่างไรก็ดี อาจเป็นช่วงที่ถูกมองว่าเวลานี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กำลังอยู่ในช่วง “ขาลง” สังเกตเห็นได้ชัดจากการลงไปประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา และปัตตานี เมื่อวันที่ 27-28 พฤศจิกายนที่ผ่านมาถือว่า “มีแต้มลบ” มากกว่าแต้มบวก โดยเฉพาะมีการสร้างความขัดแย้งกับมวลชนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นพื้นที่หลักในการสนับสนุนมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาประชาชนทางภาคใต้ต่างประสบกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำมานาน โดยเฉพาะสินค้าตัวหลักอย่างปาล์มน้ำมัน และยางพารา ทำให้ชาวบ้านเกิดอาการ “วางเฉย” แบบไม่ยินดียินร้ายมากกว่าเดิม 

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากอาการของชาวบ้านหลังจากได้เห็นข่าวการจับกุมอาวุธสงครามและฝ่ายความมั่นคงทั้งฝ่ายตำรวจ คือ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สรุปโยงไปที่ “โกตี๋” ที่เตรียมเอาไว้เตรียมก่อเหตุป่วนในช่วงปลายปี น่าจับตาก็คือชาวบ้าน “รู้สึกเฉยๆ” กว่าทุกครั้งที่เกิดเหตุทำนองนี้ มิหนำซ้ำยังมองไปในโทน “จัดฉาก” สร้างสถานการณ์ของฝ่ายรัฐเสียด้วยซ้ำไป 

บรรยากาศแบบนี้ อารมณ์แบบนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง “ขาลง” เท่านั้น ลักษณะจะมาในแบบที่ว่า “พูดอะไรก็ผิด” พูดอะไรก็ไม่เข้าหู สาเหตุก็ไม่มีอะไรซับซ้อน 1. เพราะอยู่มานานระยะหนึ่งแล้ว 2. ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความรู้สึกว่า “เงินในกระเป๋า” ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือยากลำบากกว่าเดิม นั่นคือปัญหาปากท้อง ที่มาจากราคาสินค้าทางการเกษตรหลักๆ ตกต่ำ เพราะคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร หากพวกเขาไม่มีรายได้มันก็ลำบาก แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามประโคมว่าเศรษฐกิจดี ส่งออกดี การลงทุนดี แต่มันก็แค่ “กระจุก” กับพวกนายทุนใหญ่ ยังไปไม่ถึงชาวบ้านระดับล่าง 

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลาเหลือน้อยลงเพราะมีโรดแมปค้ำคออยู่ รัฐบาลก็เลี่ยงไม่ออก ถึงอย่างไรก็ต้องเลือกตั้ง และหากยื้อออกไปก็ยิ่งเข้าทางพวกพรรคการเมืองที่เริ่มรุมกินโต๊ะกันได้ถนัดมือมากกว่าเดิม ที่สำคัญชาวบ้านจะเริ่มวางเฉย และเริ่มมีอารมณ์ร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น กรณีการจับกุมอาวุธสงครามที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงโยงว่าเป็นของกลุ่ม “โกตี๋” เพื่อเตรียมก่อเหตุป่วน ซึ่งจะจริงไม่จริงไม่รู้ แต่น่าจับตาก็คือชาวบ้าน “รู้สึกเฉย” ไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม กลับมองไปในทาง “จัดฉาก” เพื่อสร้างสถานการณ์รักษาอำนาจยื้อเรื่อง “ปลดล็อก” ไปเสียอีก อย่างไรก็ดี เมื่อมาถึงจุดนี้การปลดล็อกอาจถูกมองข้ามไปแล้ว เพราะถึงอย่างไร คสช.ก็ต้องปล่อยมือวันยังค่ำ กลายเป็นว่าแรงดันพลิกกลับมารัดคอตัวเอง จากภาวะ “ขาลง” รัวๆ!

 

 

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments