Home » ข่าว » “แม้ว-ปู”แบนติดดินคณิตศาสตร์ เพื่อไทยจับมือปชป.เกิดแน่ !?
“แม้ว-ปู”แบนติดดินคณิตศาสตร์ เพื่อไทยจับมือปชป.เกิดแน่ !?

“แม้ว-ปู”แบนติดดินคณิตศาสตร์ เพื่อไทยจับมือปชป.เกิดแน่ !?

เมืองไทย 360 องศา

ใครจะนึกว่าแนวทางหรือแนวความคิดที่สองพรรคการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเป็นอริคู่แค้นกันทางการเมืองมานานนับสิบปี แต่มาวันนี้เริ่มมีท่าทีเป็นตรงกันข้าม แบะท่าจับมือกันทางการเมืองในลักษณะที่เรียกว่า”แสวงหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง”เอาไว้ชั่วคราว 

หากพิจารณาจากท่าทีของระดับแกนนำสำคัญของทั้งสองพรรค ไม่ว่าจะเป็น จาตุรนต์ ฉายแสง จากพรรคเพื่อไทย และ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวระหว่างร่วมเวทีสัมมนาปรองดองแบบคสช.เมื่อไรจะเจออุโมงค์ ของสมาคมนักข่าวฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยทั้งคู่ได้กล่าวถึงตัวเลขทางคณิตศาสตร์หลังการเลือกตั้งในทำนองว่า หากต้องการสกัดกั้น”นายกฯคนนอก”ให้ได้ผลก็ต้องมีจำนวน สส.ในสภาผู้แทนฯจำนวน 376 คน ซึ่งก็ต้องพึ่งจำนวน สส.จากสองพรรคการเมืองใหญ่ 

แน่นอนว่า”นายกฯคนนอก”ที่ว่าไม่ต้องเอ่ยชื่อก็ต้องรู้กันว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เวลานี้แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเผยท่าทีชัดเจนว่าต้องการกลับมาเป็นนายกฯอีกรอบ แต่ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยปฏิเสธ อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็เปิดช่องเอาไว้ให้แล้ว

ขณะเดียวกันในส่วนของบรรดาแกนนำของพรรคการเมืองทั้งสองพรรครายอื่นๆต่างก็ไม่ได้ปฏิเสธแบบ”ปิดประตูตาย”ว่าแนวทางการจับมือกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จะเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งแกนนำหลายคนที่ว่านั้นต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเรื่องของ”อนาคต”และเป็นเพียงการพูดเรื่องตัวเลขทางคณิตศาสตร์เท่านั้น หรือไม่ก็กล่าวว่าเป็นการพูดในเชิงความเห็นส่วนต้ว ไม่ใช่ความเห็นของพรรค อะไรประมาณนี้ 

เพราะคนที่พูดก็ถือว่าเป็นระดับที่ใช้การได้ ไม่ว่าจะเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย หรือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น อย่างไรก็ดีเรื่องการจับมือเป็นพันธมิตรกันทางการเมืองอาจจะเร็วเกินไปที่จะพูดถึงกันในตอนนี้ เพราะยังมีเวลาอีกยาวพอสมควร อีกทั้งสถานการณ์ในวันข้าหน้าอาจจะพลิกผันไปอีกแบบหนึ่งก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นท่าทีใหม่ที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เกิดขึ้นให้เห็นแล้ว 

อย่างไรก็ดีหากพิจารณากันจากสภาพความเป็นจริงทางการเมืองทั้งจากปัจจุบันและต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตอันใกล้แล้ว มันก็เหมือนกับเป็น”สถานการณ์บังคับ”ให้ทั้งสองพรรคดังกล่าวต้องจับมือเป็นพันธมิตรกันทางการเมือง เพื่อให้อยู่รอดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

หากไล่เรียงกันทีละพรรคเริ่มจากพรรคเพื่อไทยก่อน ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเป็นพรรคการเมืองที่ ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวชินวัตรมีอิทธิพลครอบงำอย่างสูงยิ่งมาตลอดและจะต่อเนื่องไปอีกนาน แต่จากสถานการณ์ในเวลานี้ ที่ทั้ง ทักษิณ ชินวัตร รวมไปถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างหนัก ทั้งเรื่องการหลบหนีคดีไปตลอดชีวิต และรายหลังยังต้องลุ้นการขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษหรือประเทศทางตะวันตกด้วยใจจดจ่อ รวมไปถึงกำลังถูกรื้อฟื้นคดีทุจริตตามมาอีกหลายคดี ดังนั้นในเรื่องการหวนคืนสู่สนามการเมืองถือว่า”จบสิ้น”ไปแล้ว เพราะพวกเขามีคุณสมบัติต้องห้ามไปแล้ว มีทางเดียวคือจะยอมหนีไปตลอดชีวิตหรทอไม่เท่านั้นเอง เพื่อพรรคเพื่อไทย”ขาดหัว”ทีนี้มันก็เหลือแค่”ตัวเลือกสำรอง”ที่ต้องช่วงชิงกันเองว่าจะได้ใคร แต่ชื่อชั้นก็ถือว่าไม่ใช่”สายเลือดแท้”พลังส่งก็ย่อมมีน้อย 

ดังนั้นสำหรับพรรคเพื่อไทยกับสถานการณ์ทั้งวันนี้และวันหน้ายุทธศาสตร์การจับมือเพื่อต้านคนนอกย่อมมีทางเป็นไปได้มาก และน่าจะต้องการมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์เสียอีก เพราะด้วยสถานะที่เป็นอยู่โอกาสที่จะเป็นเนื่อเดียวกับ”กลุ่มอำนาจใหม่”ในนามของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่นำโดย พี่น้อง “3 ป.”ย่อมเป็นไปได้ยาก เพราะสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องยืนกันคนละขั้ว อีกทั้งด้วย”หน้าฉาก”ที่หากินอยู่กับการอ้างตัวว่าเป็น”ฝ่ายประชาธิปไตย”มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้ามาร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อผลักดันให้เป็นนายกฯคนนอก 

ขณะที่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ กลับถือว่ามี”ความยืดหยุ่น”ได้มากกว่า เพราะหากพิจารณากันในรายละเอียดในพรรคเวลานี้ถือว่าแบ่งออกเป็น”สองขั้ว”ชัดเจน นั่นคือ”ขั้วของกำนัน”สุเทพ เทือกสุบรรณ และกลุ่มของ “ขาใหญ่”ของ ชวน หลีกภัย ที่ยังหนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างเหนียวแน่น หากจะจับมือกับ คสช.ก็ผ่านทาง สุเทพ ที่แนบแน่นอยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ราบรื่น ดังนั้นหากสูตรนี้ออกมาในแบบ ปชป.และพรรคขนาดกลางอีกสองสามพรรค ตามโมเดล”ป๋าเปรม”ในอดีต มันก็เป็นไปได้ 

หรือ หากในสถานการณ์ตอนใกล้เลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคสช.กระแส”ขาลงแรง”ไม่เอาคนนอก มันก็นำไปสู่สูตร พรรคเพื่อไทยผสมกับประชาธิปัตย์ ด้วยตัวเลขคณิตศาสตร์ดังกล่าวข้างต้นก็เป็นไปได้สูงเช่นกัน โดยมีเงื่อนไขยิบย่อย เช่น ไม่เอาพวกแกนนำแดงมาร่วม ซึ่งไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว เพราะในความเป็นจริงคนพวกนี้เกือบทั้งหมด”ขาดคุณสมบัติ”เนื่องจากต้องคำพิพากษาจำคุก โดยเฉพาะ จตุพร พรหมพันธุ์ เคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะ”ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง”หรือรับตำแหน่งทางการเมือง หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติ 

ดังนั้นด้วยเงื่อนไขต่างๆดังกล่าวถือว่า”เป็นใจ”ให้อย่างยิ่งที่ทั้งสองพรรคได้จับมือกันเป็นพันธมิตรทางการเมือง อย่างน้อยก็เป็นการจับมือกันแบบหลวมๆก่อนการเลือกตั้ง อย่างน้อยก็เป็นการสกัดกั้นหายนะของพวกเขาที่ต้อง”ตายหมู่”หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบและอยู่ยาว และที่สำคัญสูตรนี้กลายเป็นว่า”เพื่อไทย”ต้องการให้เกิดขึ้นมากกว่าด้วยซ้ำไป !!

 

 

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments