Home » ข่าว » “ประยุทธ์” หมดมนต์ขลัง ล่องใต้ “ไม่ปัง” มวลชนเริ่มชิ่ง!
“ประยุทธ์” หมดมนต์ขลัง ล่องใต้ “ไม่ปัง” มวลชนเริ่มชิ่ง!

“ประยุทธ์” หมดมนต์ขลัง ล่องใต้ “ไม่ปัง” มวลชนเริ่มชิ่ง!

เมืองไทย 360 องศา 

จะเรียกว่าพลาดหรือว่าสำคัญตัวเองผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่แสดงท่าที “กราดเกรี้ยว” กับชาวบ้านที่มาร้องเรียนปัญหาในการประกอบอาชีพ เพราะภาพที่ปรากฏหลังจากนั้นมันล้วนแต่สร้างภาพลบให้เกิดขึ้นตามมาทันที และยิ่งในยุคของโลกออนไลน์ ที่มีความรวดเร็วและการบันทึกภาพเป็นหลักฐานสามารถเผยแพร่ซ้ำๆ ต่อเนื่องกันเป็นร้อยๆ ครั้ง มันก็ยิ่งสร้างความกระทบหนักกว่าเดิม

แม้ว่าในเวลาต่อมาจะมีการลดท่าทีพร้อมกับการขอโทษอธิบายเหตุผลตามมา แต่มันก็คงไม่เหมือนเดิม อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการ “ขอโทษ” ในแบบซ้ำๆ มันก็เริ่มทอนน้ำหนักในตัวมันเองลงไปเรื่อยๆ และเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นว่าทำไมตอนที่พูดทำไม่ไม่คิด เป็นการชี้วัดวุฒิภาวะของผู้นำว่ามีมากน้อยแค่ไหน 

ภาพของอารมณ์ที่กราดเกรี้ยวใส่ พี่น้องชาวประมงจังหวัดปัตตานีที่เชื่อว่าต้องใช้ความพยายามอย่างหนักจนสามารถฝ่าแนวป้องกันของบรรดาเจ้าหน้าที่กันหลายชั้นจนเข้ามาถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อร้องเรียนปัญหา ระหว่างที่ลงพื้นที่เพื่อพบปะกับชาวบ้านแม้ว่านาทีนั้นยังไม่อาจสรุปได้ว่าถูกหรือผิด ควรหรือไม่ควรกับคำพูดและน้ำเสียงระหว่างการพูดร้องเรียนในวันนั้น แต่ที่สรุปได้ทันทีก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ พลาดที่แสดงท่าทีแบบนั้นออกไป เพราะภาพที่ปรากฏออกไปหลังจากนั้นมันดูไม่งาม ไม่มีภาพบวกเกิดขึ้นเลย

ในเวลาไล่เลี่ยกันก็เกิดการปะทะและจับกุมตัว 16 แกนนำกลุ่มต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา หลังจากเดินขบวนไปยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างที่เดินทางมาประชมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา และต่อมามีการจับกุมและดำเนินคดีต่อแกนนำ และล่าสุดยังประกาศเขตกระทบความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอีก 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ จะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย ความหมายก็คือป้องกันการชุมนุม และเป็นการเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย 

ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาดูกันว่า ในวันที่ 29 พฤศจิกายน บรรดาแกนนำจำนวน 15 คนจะได้รับการประกันตัวออกไปหรือไม่ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวและมีการแจ้ง 2 ข้อหาที่เกี่ยวกับกฎหมายห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงาน

ขณะปฏิบัติหน้าที่ เพราะท่าทีทั้งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังมีท่าทีแข็งกร้าว อ้างว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมายทั้งที่มีการเตือนแล้ว รวมไปถึงการที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ใช้สื่อโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เนื้อหาสำคัญก็คือการกล่าวหาว่ากลุ่มที่มาร้องเรียนและคัดค้านดังกล่าวใช้คำพูดไม่ดีและทำผิดกฎหมาย 

เอาเป็นว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นล้วนเป็นปัญหาต่อเนื่องและสะสมมานาน และที่ผ่านมาทำท่าว่าจะสงบนิ่งไปพักหนึ่ง แต่เมื่อมาเจอกับท่าทีที่แข็งกร้าวของฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่าคงจะไม่จบง่ายและมีแนวโน้มบานปลายนทำให้รัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมีภาพลักษณ์ติดลบมากว่าเดิม

หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าการลงพื้นที่ภาคใต้คราวนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะคราวนี้ผิดไปกว่าทุกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องท่าทีต้อนรับของมวลชนทางภาคใต้ ที่ถือว่าเป็นกลุ่มพลังที่สนับสนุนค้ำจุนรัฐบาลของเขาเรื่อยมา แต่คราวนี้จะเห็นว่าชาวบ้านเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นออกมาต่อต้าน แต่ก็เริ่ม “วางเฉย” ส่วนใหญ่เป็นเพราะผิดหวังกับการแก้ปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ รวมไปถึงราคาปาล์มน้ำมันที่ผันผวน ซึ่งพืชดังกล่าวเปรียบเหมือน “ชีวิต” ของชาวใต้ นี่ยังไม่นับเรื่องเรื่องการปฏิรูปที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

ขณะเดียวกัน หากสังเกตให้ดีจะพบว่า แม้แต่ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นอยู่กับทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาคราวนี้ก็ยังไม่กล้าโผล่หน้าออกมาการันตี เพราะราคายางพารายังดำดิ่งอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับพี่น้องชาวใต้ที่แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังทราบดีว่ามีความตื่นตัวทางการเมือง ถึงกับพูดออกมาเมื่อวันก่อนว่าให้สนใจทั้งการเมือง และ “การบ้าน” นั่นคือต้องการให้สนใจเรื่องอื่นรอบตัวมากขึ้น ดังนั้นบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างที่เห็นมันก็ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล ยิ่งในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อหาแรงสนับสนุนในการ “ไปต่อ” แต่กลายเป็นว่าตรงกันข้ามกำลังอยู่ในช่วง “เสื่อมถอย” ตัวผู้นำไม่ปังอย่างที่คิด 

จนน่าเป็นห่วงว่าอย่าว่าแต่จะอุ้มกระเตงหรือไปการันตีคนอื่นเลย แค่เอาตัวให้รอดก็ยังน่าห่วง!

 

 

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments