Home » ข่าว » การเมืองข้ามไม่พ้น”ลุงตู่”อึดอัด-เซ็งแค่ไหนก็กัดฟันหนุนต่อ !?
การเมืองข้ามไม่พ้น”ลุงตู่”อึดอัด-เซ็งแค่ไหนก็กัดฟันหนุนต่อ !?

การเมืองข้ามไม่พ้น”ลุงตู่”อึดอัด-เซ็งแค่ไหนก็กัดฟันหนุนต่อ !?

เมืองไทย 360 องศา 

สภาพการเมืองบ้านเราในเวลานี้ดูๆไปแล้วมันมีสภาพเหมือนกับที่จั่วหัวเอาไว้จริงๆกันแล้วหรือเปล่า กำลังอยู่ในสภาพอึดอัด เซ็งกับรัฐบาลเผด็จการทหารคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือเปล่า แม้ว่าความเซ็งความอึดอัดดังกล่าว อาจจะยังไม่ถึงขึ้นสุกงอมมากนัก แต่เป็นความรู้สึกที่เพิ่มอุณหภูมิมากขึ้นเรื่อยๆ 

ส่วนสำคัญอาจเป็นเพราะลักษณะของนิสัยคนไทยก็ว่าได้ที่”เบื่อง่าย” อีกทั้งระยะเวลาที่หากรวมเอาวันที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มาจนถึงวันนี้ก็เกือบ 4 ปีเข้าไปแล้ว หลายเรื่อง หลายราวมันก็ถึงเวลาต้องเผยโฉมออกมาให้เห็นกันแล้ว ข้ออ้าง ข้อแก้ตัวเก่าๆก็ใช้ไม่ได้ผล

ที่สำคัญภารกิจสำคัญหรือภารกิจหลักที่เคยสัญญากันเอาไว้มีความคืบหน้ากันไปแบบเห็นหน้าเห็นหลังหรือไม่ โดยเฉพาะภารกิจการปฏิรูป เพราะสิ่งที่ชาวบ้านต้องการเป็นอันดับแรกก็คือ “การปฏิรูปตำรวจ”ที่ต้องเน้นในเรื่องโครงสร้างเพื่อเป็นหลักประกันในการอำนวยความยุติธรรมกับประชาชน และต้องสร้างความพอใจและมั่นใจกับประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่สร้างความพอใจกับฝ่ายตำรวจเป็นหลัก หรือรักษาอำนาจของผู้บริหารองค์กรตำรวจ เพื่อให้ไปค้ำยันอำนาจให้กับผู้บริหารรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามที่มีการมองเห็นกันอยู่

แม้ว่าที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจขึ้นมาชุดหนึ่งนำโดย พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ แต่เวลาผ่านไปหลายเดือนก็ยังไม่ไปถึงไหน มิหนำซ้ำแนวโน้มจะออกมาในแบบต้องการสร้างความพอใจให้กับตำรวจเป็นหลัก และน่าจะมีผลส่อออกมาในทางที่ไม่ใช่ความต้องการของชาวบ้าน ที่เคยมีการแสดงความเห็นจนตกผลึกกันแล้วหลายรอบ

โดยเฉพาะเรื่องการ”กระจายอำนาจ”ในการแต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่ให้รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพียงคนเดียว นอกเหนือจากนี้สิ่งที่สังคมต้องการก็คือให้”ตำรวจปลอดการเมือง”ป้องกันไม่ให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซง และป้องกันการสมยอมกันระหว่างตำรวจกับนักการเมือง แต่ในเวลานี้ดูเหมือนว่าในวงประชุมกำลังหาทางคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บัญชาการระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติพอใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร 

เอาเป็นว่าเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มแล้วคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุดของ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผลน่าจะออกมาแบบคนละเรื่องกับที่สังคมต้องการและเคยเสนอไปก่อนหน้านี้ เพราะไม่อยากปรามาสล่วงหน้าแค่เห็นรายชื่อคณะกรรมการที่มากกว่าครึ่งล้วนมาจากข้าราชการตำรวจ และอดีตตำรวจ รวมไปถึงตัวประธานที่เป็นอดีตข้าราชการ จึงไม่น่าแปลกใจที่มุมมองจะออกมาแบบไหน

นี่คือภารกิจหลักหรือความต้องการหลักของชาวบ้านที่ตกผลึกแล้วว่าต้องการให้มีการปฏิรูปตำรวจ เพื่อสร้างหลักประกันด้านความยุติธรรมให้กับชาวบ้าน ไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือของนักการเมือง และตั้งความหวังไว้กับรัฐบาลเผด็จการคสช.ที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์เต็มรูปแบบผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม แต่ผ่านมากว่าสามปีแล้วมีแนวโน้มจะฝันค้าง หรือไม่ก็ออกผลไปคนละแนว แต่ถึงอย่างไรในที่สุดมันก็ต้องมาถึงบทสรุปจนได้ และหากผลออกมาอีกแบบมันก็จะกลายเป็น”แต้มลบสะสม” เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมกำลังเฝ้ามอง

อย่างไรก็ดีในภาพรวมๆเวลานี้แม้ว่าการเมืองกำลังอยู่ในสภาพอึดอัด ดังกล่าวไม่ว่าในสภาพของรัฐบาลเผด็จการ ที่จำกัดในเรื่องสิทธิเสรีภาพบางเรื่อง แต่นั่นไม่เป็นปัญหาหรือหงุดหงิดเท่ากับได่เห็นผลงานของบรรดารัฐมนตรีที่เข้ามา”ทางลัด”หลายคนที่ฝีมือไม่เอาอ่าว ไม่ได้มาตรฐานทั้งฝีมือและการตรวจสอบที่ทำได้ยาก

ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งเมื่อหันไปมองพวกนักการเมืองส่วนใหญ่ ก็ยิ่ง”น่าเหม็นเบื่อ”ไม่แพ้กัน หรือหนักกว่าเดิม อีกทั้งต้องนอนเอามือก่ายหน้าผากเมื่อรับรู้ว่าอีกไม่นานคนพวกนี้จะโผล่ออกมาสำรอกคำพูดกันเป็นรายวัน ซึ่งด้วยระบบประชาธิปไตยแบบต้องเลือกตั้งมันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบเจอคนแบบนี้

ด้วยสภาพและความเป็นจริงแบบนี้แหละที่ทำให้คนไทยไม่น้อยที่ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กระอักกระอ่วนพิกล ทำให้เหมือนกับถูกตรึงกับที่ก้าวข้าม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ ยังต้องเห็น “พี่ใหญ่”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ “พี่รอง”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ต้องกอดคอกันไปทุกชาติอย่างที่ย้ำกันเอาไว้ ขณะเดียวกันกันอีกฟากนักการเมือง และพรรคการเมืองก็ยังไม่เห็นแนวโน้มที่พอฝากผีฝากไข้ได้เลยสักคนเดียว !!

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments