Home » ข่าว » การเมือง » “ประยุทธ์” มั่นใจ “6 คำถาม” นักการเมืองที่ดีต่างเห็นชอบ ยันช่วยสร้างหลักคิดให้ ปชช.
“ประยุทธ์” มั่นใจ “6 คำถาม” นักการเมืองที่ดีต่างเห็นชอบ ยันช่วยสร้างหลักคิดให้ ปชช.

“ประยุทธ์” มั่นใจ “6 คำถาม” นักการเมืองที่ดีต่างเห็นชอบ ยันช่วยสร้างหลักคิดให้ ปชช.

นายกฯยันตั้ง “6 คำถาม”ไม่มีเจตนาสร้างความขัดแย้งกับนักการเมืองที่ดี เผยสร้างหลักคิดให้ประชาชนรู้สิทธิในการเปลี่ยนแปลงการเมือง เผยอุทกภัยทั่วประเทศทุเลาแล้ว เหลือเพียง 12 จังหวัดที่ยังท่วมขังอยู่ พร้อมแจง “ช้อปช่วยชาติ” ไม่ได้หวังให้ฟุ่มเฟือย ลั่นผู้ประกอบการได้ประโยชน์แรงงานก็ได้ด้วย อย่าเชื่อคำบิดเบือน 

วันนี้ (10 พ.ย.) เมื่อเวลา 20.15 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์น้ำท่วมภาคกลาง อีสาน และเหนือเริ่มทุเลา เหลือเพียง 12 จังหวัดที่ยังคงน้ำท่วมขังอยู่ โดยปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงมีปริมาณน้ำเข้าเขื่อน เฉลี่ยประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีการระบายออกจากเขื่อนเฉลี่ยประมาณ 22 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สรุปว่าวันนี้ เรามีน้ำคงเหลือกว่า 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปริมาณน้ำขั้นต่ำ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร 

นายกฯ กล่าวอีกว่า สัปดาห์นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มติเห็นชอบให้ดำเนินการนโยบายสำคัญ 2 เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะส่งผลดีโดยตรงกับผู้มีรายได้น้อย และระดับกลาง ดังนี้

1.โครงการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เข้ากองทุนผู้สูงอายุ เพื่อจะช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งก็เป็นนโยบายที่ส่งเสริมการเสียสละ หรือการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากผู้สูงอายุที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ฐานะดี ไม่เดือดร้อน เพื่อจะนำมาบริหารจัดการในรูปแบบกองทุน และนำมาเป็นส่วนเพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ถือว่าเป็นการทำบุญร่วมกัน ตามนิสัยคนไทย และวัฒนธรรมไทย ที่ชอบช่วยเหลือผู้ที่ขัดสน รัฐบาลเพียงแต่เข้ามาสร้างกลไกให้บุญกุศลเหล่านั้น 

สำหรับผู้ที่เสียสละนอกจากจะอิ่มบุญแล้ว ทั้งยังได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นความภาคภูมิใจ ตอบแทนการทำความดี อีกทั้งก็ยังได้รับสิทธิ์ในการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1 เท่าของเงินบริจาค ทุกคนสามารถแสดงความจำนงจะบริจาคได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป

2. มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2560 หรือช้อปช่วยชาติ ก็จะเป็นการซื้อสินค้า หรือรับบริการในประเทศเท่านั้น แล้วนำมาขอรับสิทธิ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่คนละไม่เกิน 15,000 บาท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม ศกนี้

สำหรับโครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวังให้มีการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย เพียงแต่ต้องการลดค่าใช้จ่ายสำหรับพี่น้องประชาชน ก็ขอให้พิจารณาใช้จ่ายอย่างประหยัด มีมากก็ใช้มาก คนมีน้อยก็ใช้น้อย เท่าที่จำเป็น อย่าไปคิดว่ารัฐบาลนี้แจกแต่เพียงอย่างเดียว ลดให้อะไรให้ บางครั้งมันอาจจะเป็นนิสัยต่อไป ถ้าเราเข้าใจในระบบของธุรกิจ ก็ทราบดีว่าการที่เราซื้อของมากขึ้น การผลิตก็จะมากขึ้น แรงงานในแต่ละกลุ่มกิจการ วันนี้ก็ในกลุ่มเอสเอ็มอี หรือในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย รายใหญ่ ก็ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะแรงงานเขาก็ได้ค่าแรงของเขาด้วย ถ้าไม่มีคนซื้อก็ไม่มีคนผลิต เมื่อไม่มีคนผลิตมันก็เดือดร้อนไปทั้งหมด ทั้งผู้ประกอบการ และแรงงาน ก็เดือดร้อน เพราะฉะนั้นอย่าไปหลงเชื่อคำบิดเบือนต่างๆ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องคำถาม 6 ข้อ ก็จะเป็นคำถามต่อเนื่องจาก 4 ข้อเดิมที่ได้สอบถามไป สำหรับผู้ที่เคยตอบ 4 คำถามแรกมาแล้ว ก็สามารถจะตอบใหม่ได้ทั้ง 10 ข้อ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ไม่ได้มีเจตนาด้านการเมือง หรือจะไปสร้างความขัดแย้งกับบรรดานักการเมือง พรรคการเมืองที่ดีๆ ทำเพื่อชาติบ้านเมือง มีมากมาย เราก็สมควรสนับสนุน ตนเพียงแต่ต้องการสร้างความเข้าใจ สร้างหลักคิดกับพี่น้องประชาชน ว่าที่ท่านกล่าวว่าประชาชนย่อมมีสิทธิมีเสียงที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทยนั้นคืออะไร นักการเมือง พรรคการเมืองที่ดี ก็คงต้องเห็นชอบด้วยกันในเรื่องนี้ เพราะหลายท่านก็ตั้งใจในการที่จะให้บ้านเมืองเราพัฒนาไปข้างหน้า 

คำต่อคำ : ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 10 พฤศจิกายน 2560


สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักและเคารพ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยพระราชทาน และประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม เราทำความดีด้วยหัวใจในการขุดลอกคูคลองมหานาค และคลองเปรมประชากร ช่วยกันทำความสะอาด และพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียง บ้าน วัด โรงเรียน ควบคู่กันไป ซึ่งก็เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนะครับ แล้วก็นับว่าการรวมพลังของจิตอาสาที่ยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ ปัจจุบันเรามี กำลังพลจิตอาสา ทั่วประเทศกว่า 4 ล้านคน พร้อมที่จะเป็นพลังของชาติบ้านเมือง โดยจะช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งปัญหาการจราจร น้ำท่วม ขุดลอกคูคลองเหล่านี้เป็นต้น เพื่อจะนำพาประชาชนไปสู่ความอยู่ดีมีสุข ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมเห็นว่ากิจกรรมจิตอาสา ดังกล่าวนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงออกถึง พลังแห่งความดีและจะนำไปสู่ความรัก ความสามัคคี ของคนในชาติ ผมจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเจ้าของพื้นที่ ชุมชน ที่มีการดำเนินกิจกรรมเหล่านี้นะครับ ได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ไม่นิ่งดูดายนะครับ ไม่ปล่อยเฉพาะจิตอาสาทำงานอย่างเดียว ซึ่งก็อาจจะเป็นการร่วมแรง หรือการแสดงน้ำใจ ตามความสมัครใจด้วย นอกจากนั้นผมก็ยังเห็นว่ากิจกรรมจิตอาสานี้ จะเป็นสิ่งย้ำเตือนใจเราทุกคนอยู่เสมอว่า กิจการงานใดก็ตามที่ได้ริเริ่มไว้ จำเป็นต้องดำเนินการอย่างไม่ลดละ และต่อเนื่อง มิฉะนั้น ปัญหาต่างๆ ก็จะสะสม แล้วกลับมาใหม่นะครับ เช่น การกำจัดผักตบชวา ขยะ สวะต่างๆ ซึ่งก็ย่อมเป็นความรับผิดชอบในเบื้องต้น ของเจ้าของบ้าน เจ้าของพื้นที่ ก่อนที่จะมีหน่วยงานราชการ หรือจิตอาสาเข้ามาดำเนินการในเรื่องใหญ่ๆ

สำหรับภัยธรรมชาติต่างๆ รวมทั้งน้ำท่วม-น้ำแล้ง ซึ่งก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทุกปี เป็นสิ่งที่ต้องคิด ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และมองไปข้างหน้าอยู่เสมอ เช่น สถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางและภาคอีสาน ภาคเหนือด้วยนะครับ ในปัจจุบันสถานการณ์เริ่มทุเลาลดลงเหลือ 12 จังหวัด ที่ยังคงน้ำท่วมขังอยู่ โดยปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังคงมีปริมาณน้ำเข้าเขื่อน เฉลี่ยประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีการระบายออกจากเขื่อนเฉลี่ยประมาณ 22 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สรุปว่าวันนี้ เรามีน้ำคงเหลือกว่า 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปริมาณน้ำขั้นต่ำ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับบริหารจัดการให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในอนาคตนะครับสำหรับอุปโภค-บริโภค การเกษตร และระบบนิเวศ ในช่วงฤดูแล้งและช่วงต้นฤดูฝนของปีหน้า อย่างไรก็ตามนะครับ ยังคงต้องประหยัดน้ำ ใช้น้ำอย่างมีคุณค่านะครับ จากนี้ก็ต้องเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู เยียวยา ทั้งหมดได้มีการกำหนดไว้แล้ว ในแผนการดำเนินงาน ซึ่งเราจะต้องทำให้รวดเร็วและทั่วถึง ฝากพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือกับทุกส่วนราชการด้วยในการสำรวจ สำหรับภาคเหนือนั้น ขณะนี้ก็ย่างเข้าสู่หน้าหนาว ก็จะมีทั้งภัยหนาวและไฟป่า ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ไม่เหนือความคาดเดา โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาไฟป่า และหมอกควันจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ทุกคนต้องควบคุม ต้องระมัดระวัง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ เราก็ได้วางมาตรการต่างๆ และสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันตามแผนบูรณาการไว้แล้ว ขอให้ทำต่อเนื่องให้เพิ่มมากขึ้นนะ ผมก็อยากให้ทุกคนทำตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคประชาชน เกษตรกรโดยต้องเริ่มทบทวนความเข้าใจ ซักซ้อมการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้เกิดขึ้น แล้วก็ไปแก้ไขต้องมีการเตรียมมีการซักซ้อม ทั้งคนเครื่องไม้เครื่องมือแผนการเคลื่อนย้ายอะไรต่างๆ เหล่านั้น มีการประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน ในการขอความร่วมมือเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมๆ เกิดขึ้นอีก อย่าจุดไฟในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย พื้นที่ที่มีความเสี่ยงทุกคนทราบดีอยู่แล้วนะ

ส่วนภาคใต้นั้นฤดูกาลอาจจะแตกต่างจากภาคอื่นๆ กำลังเข้าสู่ช่วงฝนตกชุก มีมรสุม น้ำฝนสะสม อันจะทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำป่า พื้นที่เสี่ยง พื้นที่ท่วมเป็นประจำ ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม ทั้งแผนเผชิญเหตุ ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ วันนี้ก็มีการย้ายทั้งคน ทั้งเครื่องมือไปเตรียมพร้อมไว้ไปช่วยเหลือแล้วในขณะนี้

พี่น้องประชาชนทั่วไปนั้นจะต้อง ระมัดระวังร่วมมือรวมทั้งในเรื่องของการเดินเรือ การทำประมง การท่องเที่ยวชายฝั่งอะไรเหล่านี้การออกเรือ เราจะต้องใช้ความระมัด ระวัง ต้องมีการติดตามข่าวสาร การแจ้งเตือน จากทางราชการที่รับผิดชอบ ที่เชื่อถือได้นะครับ ก็อย่าไปหลงเชื่อการส่งต่อข้อความ ส่งต่อกันที่ไม่รู้แหล่งที่มา จนเกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างต้องมีสติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง ตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้ง ก่อนที่จะส่งต่อไปคนอื่น ทั้งนี้ รัฐบาลก็ให้ความสำคัญ และก็ห่วงใย พี่น้องประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งก็มีความเดือดร้อนแตกต่างกันออกไปหลายพื้นที่ยังคงเผชิญกับภัยธรรมชาติ ทุกรูปแบบ ซึ่งในปัจจุบันนั้นเราต้องระมัดระวังมากขึ้น รับฟัง แล้วก็แจ้งเตือน ป้องกัน ช่วยเหลือ เยียวยา ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งเราได้มีการบูรณาการไว้ล่วงหน้าแล้ว

พี่น้องประชาชนที่เคารพในช่วงของการเปลี่ยนผ่านประเทศ มีการปฏิรูปมากมายที่เรากำลังดำเนินการอยู่และจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มิฉะนั้นแล้วจะได้เฉพาะพื้นฐานเพราะพื้นฐานจะทำให้เกิดการปฏิรูปในเชิงที่เป็นกิจกรรมขนาดใหญ่ เราต้องดำเนินการให้เป็นขั้นเป็นตอน มีระเบียบแบบแผน มีกรอบยุทธศาสตร์ชาติของเรา เพื่อจะมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ของประเทศ ก็คือมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนโบราณท่านกล่าวไว้แล้วว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นก็เป็นสุภาษิตที่คนไทยเราคุ้นเคยยึดถือมาเป็นเวลานาน แต่สำหรับสถานการณ์ในทุกวันนี้ ผมก็ขอให้กำลังใจในการทำงานกับทุกคน ทุกฝ่าย ทุกระดับ ผมก็ขอเสนอสมการแห่งความสำเร็จง่ายๆ เพื่อจะเป็นเครื่องเตือนใจให้มีความมุ่งมั่นอยู่เสมอ ก็คือความสำเร็จ ประกอบไปด้วยความเพียรร่วมกับความร่วมมือ โดยขอยกตัวอย่างความสำเร็จในระดับต่างๆ ดังนี้ระดับบุคคล อาทิ ความสำเร็จของน้องทานเด็กชาย วรรธนะ คำอินทร์ ที่ชนะเลิศการแข่งขันการวาดภาพระบายสี ระดับเขตพื้นที่การศึกษาประเภทนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย คือไม่มีแขน แต่ก็มีความมุมานะ ประกอบกับได้รับการสนับสนุนและกำลังใจในการวาดภาพต้นไม้ของพ่อ จนเป็นผลสำเร็จน่าประทับใจ เป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อพสกนิกรชาวไทย

อีกความสำเร็จหนึ่งคงเป็นของคณะนักเรียนไทย โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จ.ตราด ที่สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 1 ที่เกาะมิยาโกะ จ.โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4-5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งประเภทบุคคลทั่วไป และประเภททีมรวม 4 รางวัล ซึ่งต้องอาศัยความอุตสาหะ และการพัฒนาทักษะของตนเองอยู่เสมอ กว่าที่จะได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย และไปชนะผู้แข่งขันอีกหลายประเทศ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสมาคมเครื่องบินกระดาษพับแห่งประเทศไทย รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย ที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ซึ่งเป็นเบื้องหลังของความสำเร็จในครั้งนี้ด้วย ขอบคุณนะครับ

ทั้งนี้ ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในอนาคตย่อมเกิดจากก้าวเล็กๆ ในวันนี้ นอกจากนี้ยังมีเยาวชน นักประดิษฐ์ นักวิจัย หรือนักกีฬาอีกมากมาย ที่ชนะการแข่งขันการประกวดต่างๆ ไปทุกระดับ ไปถึงระดับโลก ผมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาใจใส่ เข้าไปสนับสนุน โดยมีโครงการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะดึงศักยภาพของบุคคลเหล่านี้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้มีความก้าวหน้า มีอนาคต ไม่ใช่เป็นแต่เพียงข่าว และเลิกรากันไป เพราะผมถือว่าคนเหล่านั้นเป็นช้างเผือก เป็นเพชรน้ำเอก ที่เราสมควรจะลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีพรสวรรค์ร่วมกับพรแสวงให้ตรงจุด อีกมากมาย สำหรับระดับประเทศมีความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาศัยความเพียรของเจ้าหน้าที่ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และความร่วมมือของทุกคนตามกลไกประชารัฐ ตามนโยบายของรัฐบาลนี้ อาทิ การจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของไทย โดยธนาคารโลก หรือ Doing Business ซึ่งมีขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 20 อันดับ นับว่ามีพัฒนาการที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

ส่วนความสำเร็จที่รอคอยอยู่ข้างหน้า จะเป็นเป้าหมายร่วมกันของพวกเรายังมีอีกมากมาย เช่น การแก้ปัญหาการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งมีกฎระเบียบที่ซับซ้อน เจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอรอรับคำขอ 2 แสนรายการต่อปี และขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ เป็นต้น วันนี้เราได้กำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาไปแล้ว ถ้าหากเราแก้ปัญหาได้ตามข้อเสนอของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อจะรองรับการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หรือ กขร. แล้วจะสามารถเคลียร์บัญชีคำขอที่คงค้างอยู่เกือบ 9 พันรายการ นอกจากจะช่วยเข้าถึงยาที่ได้มาตรฐานของพี่น้องประชาชนแล้ว จะยังช่วยลดมูลค่าการนำเข้ายาประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งสามารถขับเคลื่อนส่งเสริมในสมุนไพรไทยเข้ามาเสริมได้อย่างเต็มที่

นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนอจากที่ประชุม กขร.เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมได้มอบนโยบายเพิ่มเติม สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปดำเนินการในทันที เช่น ในเรื่องของการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนที่ดิน การนำเข้าและส่งออก รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมายเหล่านี้ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามข้อเสนอของ กขร.ในครั้งนี้ หากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องแล้วก็ย่อมจะส่งผลดี ต่อความจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจในประเทศไทยในอนาคต เราหยุดรอไม่ได้ วันหน้าเขาพัฒนาต่อไป กฎระเบียบกติกามันก็มากขึ้น เราอยากจะรักษาลำดับต้นๆ ของเราเอาไว้ อย่างเช่นในวันนี้ เพื่อจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศทางอ้อมอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลดีกับทุกคนในประเทศทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการ แรงงาน หรือคนที่อยู่ในห่วงโซ่ทั้งหมดทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ทั้งหมดอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าเดียวกัน ตามที่ผมได้เคยเล่าให้ฟังเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว

สำหรับระดับโลกนั้น เราคงไม่อาจปฏิเสธว่าไทยก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมโลก เราไม่อาจจะเป็นเอกเทศได้ หรือหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับกติกาสากลได้ เพราะวันนี้เป็นการรวมกลุ่มเศรษฐกิจกันอยู่ รวมกลุ่มประเทศกันอยู่หลายประชาคม หลายภูมิภาค ดังนั้นผลสำเร็จล่าสุดจากการที่เราสามารถสร้างความเชื่อมั่นจนองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ได้ปลดธงแดงสำหรับประเทศไทย อันนี้เป็นผลมาจากการบูรณาการ ความพยายามอย่างหนักของทุกหน่วยงานในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา เรื่องเดียวใช้เวลาถึง 3 ปี เพื่อจะขจัดปัญหาที่หมักหมมมานานนับสิบๆ ปี เป็นการร่วมมือกันทำงาน เพื่อเป้าหมายสูงสุดเดียวกันคือ ประเทศชาติและประชาชน ผลดีที่ได้รับคือ กิจการบิน การท่องเที่ยวของไทยกลับมามีชีวิตชีวา สร้างมูลค่าเข้าสู่ประเทศได้อีกครั้งอย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ การสร้างความสำเร็จระดับโลกนั้น ย่อมจะมีความสลับซับซ้อนขึ้น และองค์กร NGO จะเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้กลไกประชารัฐภายในประเทศ อาจจะยังไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายระดับโลกด้วยเช่นกัน ตัวอย่างที่ดีผมอยากจะเล่าให้ฟัง เช่น ประเทศของเราได้ทำงานร่วมกับองค์กร NGO ที่ชื่อว่า ICAN และอีกหลายองค์กร รวมทั้งประเทศต่างๆ ในการผลักดัน เรื่องการเจรจาสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามอาวุธนิวเคลียร์ จนเป็นผลสำเร็จ

โดยประเทศไทยได้ลงนาม และเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาฉบับนี้แล้ว เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ณ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ซึ่งต่อมา ICAN ได้รับการยกย่อง และได้มอบรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี ค.ศ.2017 ในบทบาทดังกล่าว ซึ่งก็สอดคล้องกับท่าที และนโยบายของประเทศไทย มาโดยตลอด

นับว่าประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จครั้งนี้อย่างน่าภาคภูมิใจด้วย ที่สำคัญก็นับว่าเป็นความสำเร็จของมวลมนุษยชาติ ที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ แลละแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเวทีระหว่างประเทศเสมอมา

ความสำเร็จทั้งปวงเหล่านั้น แม้จะเป็นระดับบุคคล ก็ย่อมจะส่งผลดีไปถึงระดับประเทศในที่สุด ผมขอเน้นสมการความสำเร็จอีกอัน ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ว่าต้องประกอบด้วยความเพียร และความร่วมมือ แล้วก็ฝากเป็นข้อคิดอีกประการหนึ่งว่า ประเทศไทยต้องช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำในสิ่งที่ตนถนัด และทำให้ดีที่สุด ผมอยากให้คนไทยได้มอบกำลังใจให้แก่กัน ดีกว่าเราจะไปติเรือทั้งโกลน หรือวิพากษ์วิจารณ์โดยเจตนาที่ไม่สุจริต เพื่อจะทำไม่ให้เกิดบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง และบ้านเมืองของเราก็จะน่าอยู่ มีแต่ความผาสุก

พี่น้องประชาชนที่รักครับ สัปดาห์นี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มติเห็นชอบให้ดำเนินการนโยบายสำคัญ 2 เรื่อง ที่จะเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะส่งผลดีโดยตรงกับผู้มีรายได้น้อย และระดับกลาง ดังนี้

1.โครงการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เข้ากองทุนผู้สูงอายุ เพื่อจะช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งก็เป็นนโยบายที่ส่งเสริมการเสียสละ หรือการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากผู้สูงอายุที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ฐานะดี ไม่เดือดร้อน เพื่อจะนำมาบริหารจัดการในรูปแบบกองทุน และนำมาเป็นส่วนเพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย และยังเดือดร้อนอยู่

ถือว่าเป็นการทำบุญร่วมกัน ตามนิสัยคนไทย และวัฒนธรรมไทย ที่ชอบช่วยเหลือผู้ที่ขัดสน รัฐบาลเพียงแต่เข้ามาสร้างกลไกให้บุญกุศลเหล่านั้น เกิดเป็นมรรคเป็นผล ตรงไปกับผู้ที่สมควรได้รับ ซึ่งก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ให้นั่นเอง ก็จะเป็นการช่วยให้ผู้สูงอายุที่ลำบากอยู่ มีรายได้ในการดำรงชีพมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สำหรับผู้ที่เสียสละนอกจากจะอิ่มบุญแล้ว ทั้งยังได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นความภาคภูมิใจ ตอบแทนการทำความดี อีกทั้งก็ยังได้รับสิทธิ์ในการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1 เท่า ของเงินบริจาค มองดูแล้วเดือนหนึ่งก็ไม่มากนัก แต่ถ้าคูณเป็นปีก็หลายพันบาทอยู่ ทุกคนสามารถแสดงความจำนงจะบริจาคได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป

จะบริจาคเป็นปี เป็นเดือน เป็นงวดก็แล้วแต่ความสมัครใจ เงินส่วนนี้ก็จะไปเพิ่มเติมให้คนอื่นๆ ไปเฉลี่ยให้มากขึ้น ก็คงไม่ใช่สาเหตุเพราะรัฐบาลไม่มีสตางค์ แต่เราจะทำไงให้ได้เงินเกิดประโยชน์สูงสุดให้ถึงคนที่มีรายได้น้อยจริงๆ ที่เรียกว่า ความเป็นธรรม

2. มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2560 หรือช็อปช่วยชาติ ตามนิยามที่พี่น้องสื่อมวลชนตั้งให้ ก็จะเป็นการซื้อสินค้า หรือรับบริการในประเทศเท่านั้น แล้วนำมาขอรับสิทธิ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่คนละไม่เกิน 15,000 บาท สินค้านั้นต้องไม่ใช่สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ น้ำมัน ก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ เป็นต้น รายละเอียดก็ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม ศกนี้

ทั้งนี้ก็ อย่าลืม ขอหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้า หรือผู้รับบริการ และชื่อที่อยู่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ของผู้ประกอบการ ในใบกำกับภาษี เป็นต้น

สำหรับโครงการนี้เราคงไม่ได้มุ่งหวังให้มีการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย เพียงแต่ต้องการลดค่าใช้จ่ายสำหรับพี่น้องประชาชน ที่มักจะมีการจับจ่ายใช้สอย สิ่งของที่จำเป็นสำหรับชีวิต ซ่อมแซมอุปกรณ์ประจำบ้าน ซ่อมรถ ซ่อมเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเป็นของขวัญปีใหม่ ในช่วงปลายปีนี้อยู่แล้ว ก็ขอให้พิจารณาใช้จ่ายอย่างประหยัด มีมากก็ใช้มาก คนมีน้อยก็ใช้น้อย เท่าที่จำเป็น อย่างพอเพียง ให้เหมาะสมกับฐานะ อย่าไปคิดว่ารัฐบาลนี้แจกแต่เพียงอย่างเดียว ลดให้อะไรให้ บางครั้งมันอาจจะเป็นนิสัยต่อไป ถ้าเราเข้าใจในระบบของธุรกิจ ก็ทราบดีว่าการที่เราซื้อของมากขึ้น การผลิตก็จะมากขึ้น แรงงานในแต่ละกลุ่มกิจการ วันนี้ก็ในกลุ่มเอสเอ็มอี หรือในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย รายใหญ่ ก็ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะแรงงานเขาก็ได้ค่าแรงของเขาด้วย ถ้าไม่มีคนซื้อก็ไม่มีคนผลิต เมื่อไม่มีคนผลิตมันก็เดือดร้อนไปทั้งหมด ทั้งผู้ประกอบการ และแรงงาน ก็เดือดร้อน เพราะฉะนั้นอย่าไปหลงเชื่อคำบิดเบือนต่างๆ เลย

สำหรับอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือ คำถามอีก 6 ข้อ ที่ขึ้นตามหน้าจอ ก็จะเป็นคำถามต่อเนื่องของผม เนื่องจาก 4 ข้อเดิมที่ผมได้สอบถามพี่น้องประชาชนไปแล้ว ก็จะรวมกันเป็น 10 ข้อ ที่ทุกคนก็สามารถไปให้คำตอบได้ แสดงความคิดเห็นได้ หรืออาจจะเขียนข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ความคิดเห็นก็ได้ อย่างเป็นอิสระและเปิดกว้าง ผมอยากให้ทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันแสดงออกมาตามช่องทางนี้ได้

สำหรับผู้ที่เคยตอบ 4 คำถามแรกมาแล้ว ก็สามารถจะตอบใหม่ได้ทั้ง 10 ข้อ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ไม่ได้มีเจตนาด้านการเมือง หรือจะไปสร้างความขัดแย้งกับบรรดานักการเมือง/พรรคการเมืองที่ดีๆ ทำเพื่อชาติบ้านเมือง มีมากมาย เราก็สมควรสนับสนุน ผมเพียงแต่ต้องการสร้างความเข้าใจ สร้างหลักคิดกับพี่น้องประชาชน กับทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกหมู่เหล่า ว่าที่ท่านกล่าวว่าประชาชนย่อมมีสิทธิ์มีเสียงที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทยนั้นคืออะไร นักการเมือง/พรรคการเมืองที่ดี ก็คงต้องเห็นชอบด้วยกันในเรื่องนี้ เพราะทุกคนก็ … หลายท่านก็ตั้งใจในการที่จะให้บ้านเมืองเราพัฒนาไปข้างหน้า เราทุกคนต้องยอมรับข้อบกพร่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตยของเราในช่วงที่ผ่านมา ก็มีมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ รุนแรงมากขึ้น ขัดแย้งมากขึ้น วันนี้ต้องกลับมาสู่ปกคิให้ได้ ทั้งนี้ เราจะต้องทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกับพี่น้องประชาชน ทำผิดก็ทำใหม่ได้ หรือถ้าไม่ดี ก็ทำให้ดีขึ้นได้ในโอกาสหน้า

ทั้งนี้ ผมอยากให้ประชาชนทั้งประเทศได้มีความหวัง สมหวัง มองอนาคต แล้วก็เดินหน้าไปสู่อนาคตของเรา คือประเทศชาติ และประชาชน อย่างยั่งยืน เราก็คงจะต้องมุ่งเน้นนโยบายที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติ และทำงานร่วมกับนโยบายของพรรคการเมือง ถ้าทุกพรรคการเมืองเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ ร่วมกับนโยบายของพรรค ในสิ่งที่มันควรจะเป็น มันก็จะเกิดการปฏิรูปประเทศตามที่เราทุกคนต้องการในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดในการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อย ที่เราจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลเฉพาะเป็นพิเศษ ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายกลุ่ม หลายอาชีพ ขณะนี้เราจะคิดแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกต่อไป เพราะว่ามันไม่เข้มแข็ง เราจะต้องมีการจัดระเบียบ มีการสร้างระบบ สร้างมาตรฐาน กำหนดเป้าหมาย มีแบบแผน มีแผนแม่บท มีแผนปฏิบัติการ และแผนในการปฏิรูปให้ชัดเจน ว่าเราจะทำอะไร จะแก้ปัญหาอะไร และจะให้เกิดผลต่อกลุ่มใด อย่างไร และจะทำให้เกิดความทั่วถึงได้หรือไม่ 

เราคงต้องช่วยกัน บรรดาพรรคการเมือง นักการเมือง กับรัฐบาล และ คสช. เวลานี้ เราคงจะต้องคำนึงถึงคนไทยทั้งประเทศ เกือบ 70 ล้านคน มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก สตรี ผู้หญิง คนชรา มากมาย เราต้องมีมาตรการที่หลากหลายที่จะต้องตอบโจทย์ที่เฉพาะเจาะจง เฉพาะกลุ่มให้ชัดเจน ไม่ใช่การหว่านลงไปทั้งหมด มันก็จะเป็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่เป็นธรรมาภิบาล ไม่ทั่วถึง ไม่เท่าเทียม ไม่เป็นธรรม ก็คือทุกคนไม่เข้าถึงโอกาส ความเป็นธรรมก็คือผู้ที่มีรายได้น้อยที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากทางภาครัฐ ไม่ใช่ทั้งหมด มันก็คือปัญหาด้านงบประมาณต่อไป

เพราะฉะนั้นถ้าเราทำอย่างนี้ได้ มันก็จะเป็นการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีธรรมาภิบาล เพราะฉะนั้นบรรดานักการเมือง/พรรคการเมือง ทุกท่าน ผมไม่ใช่เป็นศัตรูของใคร ผมต้องการทำให้ทุกอย่างเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีอนาคต และไม่เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ผมก็คาดหวังว่าหลายคน หลายท่าน หลายพรรค จะได้มีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับตัวของทุกๆ ท่าน ของทุกๆ พรรค ซึ่งก็มีดีๆ อยู่มาก มีไม่ดีอยู่ไม่มากนัก ก็หวังว่าจะมีการปฏิรูปตนเอง ลองฟังที่ผมพูดดู แล้วลองคิดดูว่าผมมีเจตนาอะไร ผมไม่อาจจะไปทะเลาะกับใครได้ เพราะผมเข้ามา ผมจำเป็นต้องสร้างความปรองดอง ความปรองดองก็คือด้านการเมืองด้วย ทุกคนจะต้องมีการปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปพรรค เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนมาก่อนเสมอ ถ้าเราทำดีได้อย่างนี้เราก็จะอยู่ครบวาระ ไม่ต้องไปเตรียมการเพื่อจะเลือกตั้งใหม่ตลอดเวลา มันก็จะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมาอีกด้วย

ขอขอบคุณนะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สวัสดีครับ

 

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments