Home » ข่าว » คนลิขิตหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ‘บิ๊กตู่’ นายกฯหลังเลือกตั้งอีกรอบ!
คนลิขิตหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ‘บิ๊กตู่’ นายกฯหลังเลือกตั้งอีกรอบ!

คนลิขิตหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ‘บิ๊กตู่’ นายกฯหลังเลือกตั้งอีกรอบ!

จับตาเกมการเมืองสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ชี้มีการเดินหมากเพื่อให้ ‘บิ๊กตู่’ กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบ ทั้งรัฐธรรมนูญเปิดช่อง การตั้งพรรคการเมือง ดึงพันธมิตร และการใช้นโยบายการคลัง ที่โดนใจประชาชนคนรากหญ้าให้หันมาหนุนบิ๊กตู่ ด้านคนใกล้ชิด คสช.ยัน ‘เพื่อไทย-ปชป.’ มีโอกาสจับมือกันเพื่อสกัดบิ๊ก คสช. มั่นใจเพื่อไทยยกเก้าอี้นายกฯ ให้ ปชป.แต่ต้องไม่ใช่ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ เชื่อเกมนี้แม้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายมั่นใจในที่สุดจะเข้าล็อกมาที่ ‘บิ๊กตู่’ แต่การเมืองย่อมมีโอกาสพลิกได้เพราะ ‘คนลิขิตหรือจะสู้ฟ้าลิขิต’ !

ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี คนนอก อีกครั้งหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้น ส่วนจะมีเลือกตั้งเมื่อใดนั้นก็ยังไม่มีความชัดเจน และเรื่องนี้จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ อย่างไร จึงเป็นเรื่องที่สังคมก็ต้องการคำตอบ

เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีกระแสกดดันจากอดีตนักการเมืองจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ให้บิ๊กตู่ตั้งพรรคการเมืองและลงสมัครรับเลือกตั้งตามครรลองระบอบประชาธิปไตยก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าบิ๊กตู่จะไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่มีการตอบรับให้สังคมรับรู้ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งแต่อย่างใด

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)


จะมีก็แต่การเคลื่อนไหวของบุคคลภายนอก ที่ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับเครือข่าย คสช. อย่างกรณีของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บอกชัดเจนว่าจะตั้งพรรคการเมืองชื่อ “พรรคประชาชนปฏิรูป” หลังกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้วเสร็จ และ คสช.อนุญาตให้มีการทำกิจกรรมทางการเมือง โดยมีเป้าหมายให้เป็นทางเลือกของประชาชนที่เบื่อพรรคการเมืองแบบเก่า ๆ ที่ชัดเจนที่สุดคือพรรคนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้บิ๊กตู่ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งแน่นอน

อีกทั้งมีข่าว พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดตั้งพรรคพลังชาติไทย ซึ่ง พล.ต.ทรงกลด เป็นหัวหน้าพรรคเอง แต่เจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธว่ายังไม่ได้มีการตั้งพรรคเพื่อดำเนินการทางการเมืองทั้งสิ้น เพียงแต่ทำงานเป็นจิตอาสาเท่านั้น ขณะที่คนในแวดวงการเมืองกลับเชื่อว่าพรรคพลังชาติไทย ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนบิ๊ก คสช.เข้ามาเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

ดังนั้นสังคมเริ่มมองเห็นชัดขึ้นแล้วว่าโอกาสของบิ๊ก คสช.โดยเฉพาะบิ๊กตู่ จะเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งก็ย่อมเป็นไปได้ ประกอบกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังมีช่องทางให้บิ๊กตู่กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งหรือยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง


ทั้งนี้ในมาตรา 269 ระบุไว้ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภา (ส.ว.) ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 250 คน ซึ่ง
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคําแนะนํา โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี 
250 เสียงของ ส.ว.นี้แหละคือกำลังสำคัญที่จะหนุนบิ๊กตู่กลับคืนสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ประกอบกับมาตรา 272 ได้ระบุไว้ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

ในระหว่างเวลาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ในเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้งดเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้

ว่าไปแล้วทั้งมาตรา 269 และ 272 ล้วนเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ถูกกำหนดไว้เพื่อบิ๊กตู่โดยเฉพาะ เพราะในมาตรา 272 บอกไว้ว่า ให้ ส.ส. และ ส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด (ส.ส. ประมาณ 500 ราย ส.ว. แต่งตั้งโดย คสช. 250 ราย) เข้าชื่อเสนอประธานรัฐสภายกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีตามบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง และให้จัดประชุมร่วม ส.ส. และ ส.ว. โดยทั้งสองสภาต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามเพื่องดเว้นการดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรีตามบัญชีรายชื่อ และเสนอชื่อผู้อยู่นอกเหนือบัญชีพรรคการเมืองได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


ดังนั้นการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาสนับสนุนบิ๊กตู่ และเงื่อนไขของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 269 และ 272 เป็นแค่เพียงส่วนเดียว แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่นักวิเคราะห์การเมืองคนใกล้ชิดบิ๊ก คสช. บอกว่า พรรคการเมืองที่จะตั้งรัฐบาลต้องได้เสียง 375 เสียงขึ้นไป และหากจะมองว่าให้พรรคประชาธิปัตย์รวมกับพรรคเพื่อไทย เพียงแค่ 2 พรรคตั้งรัฐบาลเลยนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเช่นกัน แต่ก็ใช่ว่าจะปิดประตูเสียทีเดียว

ข่าวที่เราได้มา 2 พรรคนี้มีความพยายามจะตั้งรัฐบาลเพื่อสกัดไม่ให้ คสช.เข้ามามีอำนาจ ดูเหมือนเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายยอมแต่ต้องไม่ใช่อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เพราะเพื่อไทยเกลียดอภิสิทธิ์มาก เป็นผู้สั่งฆ่าประชาชน สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง แต่เมื่อเพื่อไทยเกลียดทหารมากกว่า ปชป. จึงยอมให้ ปชป.เป็นนายกฯ ก่อน ก็เป็นเรื่องที่ ปชป.ต้องไปหารือกันเองว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

แต่หาก 2 พรรคจับมือกันเสียงยังไม่พอ ก็ต้องดึงพรรคเล็ก ๆ มาร่วมด้วย แต่ถ้า ปชป.ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีต้องเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ยอมที่จะเปลี่ยนตัว ก็คงต้องเป็นเรื่องที่พรรคใหญ่ 2 พรรคนี้ไปจับกับพรรคขนาดกลางและเล็ก ต่างคนต่างแก้ปัญหากันไป

“เชื่อเถอะสูตรพรรคใหญ่ 2 พรรคร่วมกันนั้น บรรดาพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก ไม่ชอบแน่เพราะพวกนั้นจะกลายเป็นฝ่ายค้านทันที”

ตรงนี้ก็เป็นโอกาสให้บิ๊กตู่แทรกเข้ามาได้ตามเงื่อนไขของมาตรา 272 ที่มีพรรคการเมืองบางพรรคเตรียมเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีทันที

อย่างไรก็ดีในช่วงก่อนการเลือกตั้ง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะต้องหายุทธวิธีทุกอย่างที่จะทำให้ประชาชนหันมาสนับสนุนบิ๊กตู่ โดยเฉพาะการใช้นโยบายทางการคลัง ที่เข้าถึงมวลชน คนยากคนจน ให้ได้มากที่สุด พร้อมมีกลไกบางอย่างที่จะเกี่ยวบรรดาคนการเมืองและพรรคการเมืองที่ต้องการไว้เป็นพันธมิตร เพื่อสนับสนุนให้กลับเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง     โดยมีการตั้งเป้าไว้ว่าหากบิ๊กตู่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ การบริหารประเทศก็จะเป็นเรื่องที่ดำเนินการต่อเนื่อง   จะดึงรัฐมนตรีที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 5 คนเข้าร่วมเป็นรัฐบาลต่อไปและ

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องของการชิงไหวชิงพริบในทางการเมือง ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า แม้จะมีความพยายามจัดวางทุกอย่างไว้เพื่อ “บิ๊กตู่” เพียงใดก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมว่าคนลิขิตหรือจะสู้ฟ้าลิขิต เพราะในทางการเมืองอะไรก็พลิกได้!

 

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments