Home » ข่าว » รายได้อุทยานฯทะลุ 2.4 พันล้าน เผยมากสุดตั้งแต่จัดเก็บมา

รายได้อุทยานฯทะลุ 2.4 พันล้าน เผยมากสุดตั้งแต่จัดเก็บมา

กรมอุทยานฯยุค “คืนความสุข” โดย “บิ๊กเต่า” พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ สร้างความฮือฮา รายได้เข้าชม – พักผ่อน 147 อุทยานทั่วประเทศ ทะลุเป้าสูงถึง 2.4 พันล้านบาท ขณะเทียบย้อน 5 ปีหลังจัดเก็บได้เพียง 600 กว่าล้าน มากกว่ากันหลายเท่าตัวจนน่าตกใจ

ในแต่ละปีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีการจัดเก็บเงินรายได้จากอุทยานฯ 147 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำเงินมาบริหาร ปรับปรุง สนับสนุนกิจการต่างๆ ของกรมฯ และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ระหว่าง คสช. เข้ามาบริหารประเทศโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.กระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเน้นความโปร่งใสบริหารงบประมาณอย่างมีคุณภาพปรากฏว่า เมื่อถึงช่วงปิดปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา โดย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯสามารถจัดเก็บรายได้มากถึง 1,982 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากสุดตั้งแต่มีการจัดเก็บรายได้มาโดยมีตัวเลขเทียบเคียงช่วง พ.ศ. 2556 เก็บได้ 662 ล้านบาท ปี 2557 เก็บได้ 696 ล้านบาท ปี 2558 เก็บได้ 896 ล้านบาทก่อนขยับเป็นเท่าตัวในปีต่อมาคือมียอดเงินสูงเฉียด 2 พันล้านบาท

สำหรับปีงบประมาณ 2560 นี้ มีการสรุปเงินรายได้จากอุทยานต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าปีนี้มียอดเงินสูงขึ้นอีก คือ 2.4 พันล้านบาท โดยจัดอันดับ 10 อุทยานยอดนิยมเก็บเงินรายได้สูงสุด ได้แก่ 1. หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จำนวน 669,107,180.68 บาท 2. อ่าวพังงา จำนวน 390,217,349.91 บาท 3. หมู่เกาะสิมิลัน จำนวน 307,481,394.49 บาท 4. เขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด จำนวน 118,079,580.00 บาท 5. เอราวัณ จำนวน 108,815,080.80 บาท 6. เขาใหญ่ จำนวน 107,215,072.09 บาท 7. ดอยอินทนนท์ จำนวน 72,646,213.00 บาท 8. เขาสก จำนวน 63,000,830.00 บาท 9. หมู่เกาะลันตา จำนวน 59,214,941.88 บาท 10. หมู่เกาะอ่างทอง จำนวน 38,440,772.35 บาท

อนึ่ง รายได้จากการเก็บค่าเข้าชมอุทยานฯดังกล่าวนั้น ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.กระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นั้น ถือว่าทะลุเป้าถึง 2 ปีซ้อน ทั้งที่สถานการท่องเที่ยวประเทศไทย ยังคงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแต่การจัดเก็บรายได้กลับแตกต่างกันมากถึง 100 – 300% ทั้งนี้ เหตุผลหลักน่าจะมาจากการรั่วไหลเกิดการทุจริตในทางใดทางหนึ่ง จึงมียอดรายได้เฉลี่ยในแต่ละปีไม่ถึง 1 พันล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวจะได้นำไปบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments