Home » ข่าว » “แม้ว”ตายยกเข่ง ถึงคราว”เพื่อไทย”แตกกระสานซ่านเซ็น !?
“แม้ว”ตายยกเข่ง ถึงคราว”เพื่อไทย”แตกกระสานซ่านเซ็น !?

“แม้ว”ตายยกเข่ง ถึงคราว”เพื่อไทย”แตกกระสานซ่านเซ็น !?

เมืองไทย 360 องศา 

ได้ยินคำแถลงของอัยการสูงสุดคนใหม่ เข็มชัย ชุติวงศ์ หลังเข้ารับตำแหน่งใหม่นอกเหนือจากการกล่าวถึงนโยบายในการบริหารงานในเรื่องการพัฒนาบุคลากรในองค์กร ที่เน้นหลักให้เป็นทั้งคนดีคนเก่ง สั่งคดีอย่างเป็นธรรม ซื่อสัตย์สุจริต มีจริธรรมคุณธรรมตามหลักฐานที่สมบูรณ์ที่สุด ฟ้องคนทำผิด ไม่ฟ้องคนบริสุทธิ์ เพื่อสร้างความเชื่อมัานกับประชาชนแล้ว เขายังกล่าวถึงการรื้อฟื้นคดีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีตกเป็นจำเลยและผู้ต้องหาหลายคดีหลังจากที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่บังคับใช้

โดยอัยการสูงสุดกล่าวว่าตามกฎหมายใหม่ดังกล่าวที่เพิ่งบังคับใช้ในปี 2560 มาตรา 68 ให้ศาลสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยไม่มีตัวจำเลย หรือพิจารณาคดีลับหลัง ดังนั้นจึงเป็นการคาบเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ โดยในบทเฉพาะกาลในกฎหมายใหม่ได้ระบุว่าการดำเนินการใดที่เกิดขึ้นมาโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายเก่าแล้วนั่นจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ให้พิจารณาต่อไปตามกฎหมายใหม่ที่บังคับ “ดังนั้นความเห็นส่วนตัวจึงเห็นว่าคดีดังกล่าวสามารถรื้อฟื้นกลับมาพิจารณาใหม่ได้” 

สำหรับคดีที่ ทักษิณ ชินวัตร ถูกดำเนินคดีทั้งที่คาอยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและถูกจำหน่ายคดีออกไปชั่วคราวหลังจากที่เขาหลบหนีออกไปออกประเทศ และถูกออกหมายจับ เช่น คดีทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร คดีทุจริตกรณีออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือและดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต คดีหวยบนดิน คดีปล่อยกู้ของธนาคารส่งออกและนำเข้า(เอ็กซิมแบงก์) เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีคดีอาญาที่ทางอัยการสูงสุดคนก่อนได้ทำความเห็นสั่งฟ้อง ทักษิณ ชินวัตร ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงและความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการติดตามตัวโดยการออกหมายจับ แต่คดีหลังนี้เป็นคดีอาญาไม่ใช่คดีทุจริต ดังนั้นการฟ้องจึงต้องมีตัวจำเลยมายื่นต่อศาล 

ถัดมา วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษก็รับลูกโดยย้ำว่าจากนี้จะมีการศึกษาในข้อเท็จจริงและเสนอตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษาสำนวนทั้วในส่วนของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมดเพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งการต่อไป 

เมื่อพูดถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วเมื่อพูดถึงการพิจารณาคดีลับหลัง ทักษิณ ชินวัตรไปแล้วก็ต้องพูดถึงคดีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เพิ่งหลบหนีคดีปล่อยโกงการขายข้าวจีทูจีที่เชื่อมโยงมาจากโครงการรับจำนำข้าวถูกจำคุก 5 ปี ไปด้วย เพราะยังมีอีกหลายคดีทุจริตเหมือนกันที่กำลังรอจ่อคิวดำเนินคดี

นั่นเป็นคดีของพ่อและน้องสาวพ่อที่เตรียมรื้อขึ้นมาพิจารณายาวเป็นหางว่าว เสี่ยงคุกทั้งสิ้น ยังมีคดีของ”ลูก”ที่ล่าสุดทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ได้ออกหมายเรียกให้ พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย ทักษิณ ชินวัตร มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ในคดี”ฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน”จากกรณีเงินกู้ธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ก็ถือว่าคดีได้เดินหน้าเข้าสารบบแล้ว โอกาสที่จะปล่อยให้หมดอายุความในกลางปีหน้าก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะถ้าหมดอายุความทั้งดีเอสไอและรัฐบาลก็ต้องถูกชาวบ้านด่าเปิงแน่หลังจากที่ผ่านมาก็ถูกมองด้วยสายตาระแวงเข้มแล้วว่าเริ่มจะ”ปาหี่”กันแล้ว 

ทั้งสามคนถือว่าเป็น”หัวใจ”ของ ครอบครัว ทักษิณ ชินวัตร เพราะเพียงแค่นี้เท่าที่เห็นก็ต้องบอกว่า”จบเห่”ในทางการเมืองแล้ว อย่างที่บอกคนที่เคยมีประวัติแบบนี้ เคยต้องคดีจำคุกก็หมดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมี”คุณสมบัติค้องห้าม”ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

นอกจากนี้ยังมีบรรดาลูกน้อง”นักปลุกระดม”ที่บางคนไปนอนรอในคุกกันบ้างแล้ว ส่วนอีกหลายคนคดีก่อการร้าย คดีอาญาหลายคดีก็กำลังทยอยตัดสิน คนพวกนี้ก็มีคณสมบัติไม่ต่างกัน ดังนั้นจึงเหลือพวก”แถวสอง”แถวสามในพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันที่”ไร้จุดขาย”แทบทั้งนั้น 

แน่นอนว่าในที่สุดพรรคเพื่อไทยก็ต้องมี”หุ่นเชิด”รายใหม่ก้าวเข้ามา เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ขณะเดียวกันด้วยกลไกของพระราชบัญญัติพรรคการเมืองใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้ที่กำหนดให้ระบบการคัดเลือกผู้สมัครแบบการ”หยั่งเสียง”หาตัวแทนผู้สมัครของพรรคในเขตเลือกตั้งในแบบไพรมารีโหวต และคนที่เป็นหัวหน้าพรรคต้องอยู่ในแบบผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ให้อำนาจของสมาชิก สาขาพรรคในเขตเลือกตั้งเป็นคนคัดเลือกผู้สมัคร ไม่ใช่แบบเจ้าของพรรคหรือนายทุนพรรคสุมหัวกันแบบเมื่อก่อนแล้ว ดังนั้นคณะกรรมการการบริหารพรรคก็ถูกลดทอนลงไป แบบที่ว่าใครจะได้ลงสมัครต้องไปดูไบเหมือนก่อนคงไม่ได้ เพราะถ้าจับได้ว่าตุกติกก็เสี่ยงติดคุก เสี่ยงยุบพรรคอีก 

ที่สำคัญด้วยระบบกลไกใหม่ของรัฐธรรมนูญที่เอื้ออำนวยให้มีพรรคการเมืองขนาดกลาง ขนาดเล็กมากขึ้นในแบบการนับคะแนนแบบ”แบ่งสันปันส่วน”ทำให้แทบไม่มีโอกาสให้มีพรรคไหนได้คะแนนถล่มทลาย แบบนี้ถ้าโฟกัสไปเฉพาะที่พรรคเพื่อไทยโอกาสที่จะเป็นฝ่ายค้านหลังการเลือกตั้งคราวหน้าก็มีสูงยิ่ง คำถามที่จะเกิดขึ้นก็คือในการเลือกตั้งคราวหน้าที่คาดว่าจะต้องแข่งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะต้องมาแบบ”นายกฯคนนอก” คำถามก็คือด้วยเงื่อนไขแบบที่เห็น ตัวบุคคลที่แทบไม่มีจุดขายใหม่ ขณะที่ครอบครัวของ ทักษิณ ชินวัตร โดนคดีเป็นชนักปักหลังจนขยับไม่ออก มองข้างหน้ามีแต่แพ้กับแพ้ แบบนี้คิดว่าเขาจะ”ลงทุน”หรือในเมื่อไม่คุ้ม

ดังนั้นหากจับอาการการเคลื่อนไหวก่อนการเลือกตั้งหรือวันประกาศการเลือกตั้งในปลายปีหน้าก็มีแนวโน้มสูงที่บรรดาอดีต สส.พวกนกรู้ทางการเมืองคงต้องหาช่องทางไหลไปทางพรรคที่คาดว่าจะเป็นพรรครัฐบาล หรือพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามที่เขา”หลุด”ออกมาตอนที่กล่าวกับคนไทยที่สหรัฐฯว่า”ต้องหาพรรคให้ได้ก่อน”ซึ่งความหมายก็คือต้องมีพรรคการเมืองก่อน ซึ่งต้องมีคนเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว ถึงได้บอกว่านาทีนี้พิจารณาตามรูปการณ์แล้วโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะแตกกระสานซ่านเซ็นสูง ตอนนี้ยังเห็นไม่ชัด แต่หลังจากผ่านเดือนตุลาคมไปแล้วรอดูแล้วกันว่าฝุ่นตลบอบอวลแค่ไหน !!

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments