Home » ข่าว » การศึกษา » ม.รังสิต เดินหน้าโมเดลปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย
ม.รังสิต เดินหน้าโมเดลปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย

ม.รังสิต เดินหน้าโมเดลปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย

สถาบันปฏิรูปประเทศไทย มหาวิทยาลัยรังสิต จัดสัมมนาวิชาการนำเสนอ “โมเดลการปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย” ซึ่งเป็นการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย มหาวิทยาลัยรังสิต โดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานกรรมการการศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย ได้บรรยายสรุปผลการ ศึกษาฯ และอาจารย์พีระพงศ์ สาคริก วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยรังสิต นำเสนอหนองสาหร่ายโมเดล หรือโครงการนวัตกรรมนาข้าว ชาวนาอัจฉริยะ นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ และนายระวี รุ่งเรือง นายกสมาคมชาวนาไทย วิจารณ์โมเดลการปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย และดำเนินรายการโดย   ดร.สุริยะใส กตะศิลา ณ ห้องประชุม 1-801 อาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1)มหาวิทยาลัยรังสิต

ศาสตราภิชาน ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯ ได้จัดทำผลการศึกษาใช้เวลาระดมข้อมูลและจัดทำมา 4 เดือนเป็นรูปเล่มพ็อคเก็ตบุค เนื้อหาในเล่มจะเขียนแบบกระชับและยังคงหลักการว่าจะปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทยได้อย่างไรอย่างยั่งยืน และมองหลักการที่ลึกขึ้นคือมีจุดมุ่งหมายให้  “ชาวนาได้กำไรสูงสุด  ไม่ใช่ได้ราคาสูงสุด” มหาวิทยาลัยได้ค้นพบข้อเสนอสำคัญ ที่จะให้รัฐยกเลิกการแทรกแซงตลาดและราคาข้าวด้วยการจัดซื้อข้าวโดยหน่วยงานของรัฐ แต่หันมาลดต้นทุนการผลิตข้าวด้วยการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ หรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และกำหนดการปลูกข้าวเปลือกผลิตข้าวสาร ที่ไม่ใช่เพียง  “กินอิ่ม แต่ต้องกินอร่อย ปลอดภัย หรือมีคุณค่าทางโภชนาการ” ทั้งนี้ เพื่อครองตลาดส่วนบนที่มีกำลังซื้อมากขึ้น จึงเป็นข้อเสนอทางนโยบายที่สำคัญ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยปรับเปลี่ยนนโยบายและมาตรการ เพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันเป็นผู้นำในการผลิต และส่งออกข้าวได้

ด้านนายระวี รุ่งเรือง กล่าวว่า ไม่ควรมีการเก็บค่าใช้น้ำเพราะคนไทยยังไม่คุ้นเคย ควรเน้นระบบท่อส่งน้ำและเน้นการมีส่วนร่วมของชาวนาในการวางแผนการผลิตและดำเนินตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่จะต้องนำมาใช้ตามหลักธรรมชาติและทางสายกลาง

ขณะที่ นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์  กล่าวว่า เห็นด้วยกับผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิตและส่งเสริมให้เรือลำเล็กสามารถแข่งขันได้และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเสน่ห์ของเรือลำเล็กจะมีความหลากหลายทำให้แข่งขันได้ ส่งเสริมให้ชาวนาพัฒนาเป็นผู้ประกอบการบนที่ดินของตนเอง ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าควรส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้้ำและดิน รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้เด็กรุ่นใหม่หันกลับมาทำนาบนที่ดินของด้วยการเพิ่มเทคโนโลยีหรือการทำนาแบบปราณีตมาใช้ (Smart farmer) ซึ่งการสัมมนาดังกล่าวเป็นโอกาสอันดีที่จะเป็นการร่วมกันพัฒนาระบบข้าวไทยให้ยั่งยืนต่อไป

LOGO RSU

Comments

comments