Home » ข่าว » เตรียมรับมือ “ด็อกซูรี” ไต้ฝุ่นลูกใหม่ใหญ่มหึมา สุดสัปดาห์นี้มีลุ้นระทึก – ท่วมไม่ท่วม?
เตรียมรับมือ “ด็อกซูรี” ไต้ฝุ่นลูกใหม่ใหญ่มหึมา สุดสัปดาห์นี้มีลุ้นระทึก – ท่วมไม่ท่วม?

เตรียมรับมือ “ด็อกซูรี” ไต้ฝุ่นลูกใหม่ใหญ่มหึมา สุดสัปดาห์นี้มีลุ้นระทึก – ท่วมไม่ท่วม?

พายุโซนร้อนลูกใหม่ ที่มีขนาดใหญ่โตกว่าทุกลูกที่ผ่านมา มุ่งหน้าพัดข้ามทะเลจีนใต้ในตอนสายวันนี้ แรงจัดด้วยพลังมหาศาล ก่อนจะปั่นความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางขึ้นเป็นระดับไต้ฝุ่นใน 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า ขณะมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งภาคกลางตอนบนเวียดนาม ซ้ำเติมบริเวณเดิมๆ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากพายุโซนร้อน 2 ลูก เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว 

พายุโซนร้อนด็อกซูรี (Doksuri) ก่อตัวเป็นดีเปรสชั่นลูกใหญ่ ทางทิศตะวันออกหมู่เกาะฟิลิปปินส์ เมื่อประมาณ 36 ชั่วโมงที่แล้ว และ เคลื่อนผ่านใจกลางกรุงมะนิลา ในคืนวันอังคารที่ผ่านมาด้วยความเร็ว ทะลุสู่ทะเลจีนใต้ก่อนทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อนลูกมหึมา เช้าตรู่วันพุธ 13 ก.ย. และ ยังคงเคลื่อนที่ต่อไปด้วยความเร็ว ราวกับสิ่งมีชีวิต

สำนักพยากรณ์อากาศทุกแห่งในย่านนี้ ชี้ทิศทางตรงกัน พายุโซนร้อนด็อกซูรี กำลังจะกลายเป็นไต้ฝุ่นลูกใหญ่ ก่อนขึ้นฝั่งในภาคกลางตอนบนเวียดนาม ตอนค่ำวันศุกร์ 15 ก.ย. โดยมีปลายทางสุดท้ายในภาคเหนือ-ภาคกลางของลาว กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ไปจนถึงภาคเหนือตอนบนของประเทศ ขณะมลายไปเป็นหย่อมความอดอากาศต่ำ

ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลปัจจุบัน พายุโซนร้อน/ไต้ฝุ่นลูกล่าสุด กำลังจะทำให้เกิดฝนตกหนัก ในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงอีก 3 วันข้างหน้า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย อาจรู้สึกถึงอิทธิพลของพายุลูกใหญ่ ได้ตั้งแต่วันศุกร์ 15 ก.ย.ด้วยซ้ำ

ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอุตุนิยมวิทยาในเวียดนาม ปัจจัยเดียวที่มองเห็น และ อาจจะช่วยลดความรุนแรงของพายุโซนร้อนด๊อกซูรีลงได้บ้าง ในขณะนี้ก็คือ ไต้ฝุ่นลูกใหญ่อีกลูกหนึ่ง ที่กำลังอาละวาดอยู่เหนือน่านน้ำทะเลจีนตะวันออก ขณะเคลื่อนตัวผ่านเกาะไต้หวันช้าๆ ในวันพุธ 13 ก.ย. มุ่งหน้าเข้าถล่มตอนใต้ของเกาะใหญ่ญี่ปุ่น แต่เป็นความหวังที่เลือนลางเต็มที เมื่อเทียบขนาดของพายุทั้งสองลูก ที่ไม่มีลูกไหนเล็กไปกว่ากัน และ ด้วยระยะห่างกว่า 1,000 กิโลเมตร
.
ตามรายงานของศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางเวียดนาม ก่อนเที่ยงวันนี้ พายุโซนร้อนด็อกซูรี กำลังสร้างความปั่นป่วนใน “ทะเลตะวันออก” ห่างจากเกาะพาราเซล (หว่างซา) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 500 กิโลเมตร มีความเร็มลมใกล้ศูนย์กลาง 75-90 กม./ชม. ทำให้เกิดคลื่นสูง กระแสลมพัดแรงในระดับ 12 พายุเคลื่อนที่ในแนวตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 15-20 กม./ชม.

เวียดนามกำลังเตรียมรับผลกระทบจากพายุลูกนี้ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า ขณะพัดเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้น ด้วยความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง 100-115 กม./ชม เป็นพายุโซนร้อนรุนแรง (Severe tropical storm) และ พร้อมทะยานขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 ทุกเมื่อ
.

<br><FONT color=#00003>แผนที่ข้อมูลจากดาวเทียมอิมาวาริของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นตอนเช้าตรู่วันนี้ แสดงให้เห็นพายุใหญ่ 2 ลูก ในย่านเดียวกัน ไต้ฝุ่นทาลิม (Talim) เป็นความหวังลางๆ ว่าจะช่วยทอนกำลังของพายุโซนร้อนด็อกซูรีลงได้. </b>

ตลอดแนวชายฝั่งทะเลเวียดนาม ตั้งแต่ภาคใต้ขึ้นไปจนถึงภาคเหนือ กำลังจะเกิดในตกประปราย จนถึงตกปานกลาง ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้น เมื่อพายุโซนร้อนลูกใหญ่ เริ่มปะทะกับลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ตามฤดูกาล ฝนจะเริ่มตกหนักในหลายอาณาบริเวณ ตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงวัน วันพฤหัสบดี 14 ก.ย. และ จะตกหนักจนถึงหนักมาก ในวันศุกร์ ขณะพายุลูกใหญ่เคลื่อนเข้าฝั่ง มุ่งหน้าผ่านเมืองวีง (Vinh) เมืองเอกของ จ.เหงะอาน (Nghệ An) ในภาคกลางตอนบน

พายุยังคงเคลื่อนตัวในแนวเดิม และ ทวีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางขึ้นเป็นระดับ 13 (135-150 กม./ชม.) เป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 เต็มขั้น ขณะอยู่ห่างจากฝั่งราว 240 กม. มุ่งหน้าขึ้นบก ในตอนค่ำวันศุกร์ 15 ก.ย. ซึ่งจะทำให้เกิดลมพัดแรงจัดถึงระดับ 15 ครอบคลุมพื้นที่ จ.เหงะอาน กับ จ.ห่าตี๋ง (Hà Tĩnh) และ จะเป็นช่วงเวลาที่ทั่วทั้งอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง อาจจะเริ่มรู้สึกได้ ถึงอิทธิพลของไต้ฝุ่นลูกใหญ่

พายุด็อกซูรีกำลังจะเป็นลูกที่ 17 ที่เกิดขึ้นในย่านแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ เมื่อนับในระบบสากล เป็นลูกที่ 10 ที่พัดเข้าทะเลจีนใต้ แต่เป็นเพียงลูกที่ 4 ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่อนุภูมิภาคแม่น้ำโขงโดยตรง และ จะเป็นลูกที่ 3 ที่พัดเข้าสู่ฝั่งทะเลเวียดนาม ในอาณาบริเวณเดิมๆ ในปีนี้

สำหรับเวียดนาม นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ด็อกซูรีกำลังจะเป็นไต้ฝุ่นลูกแรกของปีที่พัดขึ้นฝั่ง และ ยังขึ้นบก ในอาณาบริเวณเดียวกันในช่วง 2 เดือน หลังจากพายุโซนร้อนทาลาส (Talas) และ พายุโซนร้อนเซินกา (Sơnca) ซึ่่งได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก และ ส่งผลกระทบกว้างขวางไปทั่วประเทศ

ในเวียดนามมีผู้เสียชีวิตและสูญหายร่วม 50 คน จากอิทธิพลของพายุทั้งสองลูก ซึ่งได้ส่งผลทำให้เกิดน้่ำท่วมใหญ่ที่สุด ในรอบหลายสิบปี ในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย และ มีผู้เสียชีวิตรวมกันกว่า 20 คน

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาฯ ในกรุงฮานอย เตือนให้ประชาชนทั่วไป ติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ตลอด 12 ขั่วโมงข้างหน้านี้.

mgr-online-logo

Comments

comments