Home » ข่าว » ฮุบป่าชุมชนประเคนนายทุนปมร้อนลาม “ป.ป๊อก” ชิ่งหนีสุดชีวิต !!
ฮุบป่าชุมชนประเคนนายทุนปมร้อนลาม “ป.ป๊อก” ชิ่งหนีสุดชีวิต !!

ฮุบป่าชุมชนประเคนนายทุนปมร้อนลาม “ป.ป๊อก” ชิ่งหนีสุดชีวิต !!

เมืองไทย 360 องศา 

“จากการตรวจสอบก็น่าจะเป็นจริงตามที่ประชาชนแสดงความไม่เห็นด้วย แต่เอกสารกรมที่ดินยืนยันว่าไม่มีเอกสารที่เกี่ยวกับความไม่เห็นด้วยของประชาชน โดยเช้าวันนี้รองอธิบดีกรมที่ดินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลว่าทำไมถึงไม่มีเอกสารที่ประชาชนไม่เห็นด้วย ผมยืนยันว่าคนเดียวก็ไม่ให้แล้ว ถ้าไม่เห็นด้วยแค่คนเดียว เพราะมันเป็นที่สาธารณะร่วมกัน ทำไมถึงไม่มีเอกสารขึ้นมาก็ต้องตรวจสอบทั้งหมดตั้งแต่ระดับจังหวัด รวมถึงคณะกรรมการทั้งหมดได้รู้เรื่องนี้หรือไม่ และเมื่อตรวจสอบยืนยันได้ว่ามีประชาชนไม่เห็นด้วย ก็จะดำเนินการเพิกถอนคำสั่งทันที ในเมื่อประชาชนที่ใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะได้รับความเดือดร้อนก็มีเหตุให้ยกเลิกคำสั่ง และต้องหาคนทำผิดให้ได้”

“แปลกที่ว่าจังหวัดไม่ได้ใหญ่โต แต่ทำไมคนที่ไม่เห็นด้วยนั้นมี แต่เอกสารที่ส่งขึ้นบอกว่าประชาชนเห็นด้วยเอกฉันท์ ขั้นตอนการส่งเอกสารขึ้นมาเป็นเรื่องหนึ่งที่ตนสงสัย เอกสารร้องเรียนไม่มีขึ้นมา ส่วนการทำประชาพิจารณ์จะมีปัญหาหรือไม่ ตนยังไม่ทราบ จึงให้ผู้เกี่ยวข้องลงไปหาข้อเท็จจริง ผมสั่งไปภายใน 15 วันต้องเสร็จ ถ้าทราบว่ามีการใช้เอกสารที่ไม่ครบส่งขึ้นมาก็จะเพิกถอนเลย”

คำพูดล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กันยายน ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะเพิกถอนการอนุญาตให้บริษัทเอกชนรายหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทเครื่องดื่มชูกกำลังยี่ห้อกระทิงแดงเช่าที่ป่าชุมชนในพื้นที่บ้านโคกห้วยเม็ก ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นจำนวน 31 ไร่เพื่อสร้างโรงงานน้ำดื่ม หลังจากเริ่มมีกระแสต่อต้านลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว 

ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่า เป็นการบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่กรมที่ดินที่ไม่ได้รายงานข้อโต้แย้งคัดค้านการใช้พื้นที่ดังกล่าวของชาวบ้านขึ้นมาให้ทราบ พร้อมกับสอบสวนหาข้อเท็จจริงภายใน 15 วันหากพบความผิดก็จะลงโทษทันที

ก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาทีเดียวสำหรับ “พี่รอง” หรือ”ป.ป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน 3 ป.คนนี้ เพราะหากพิจารณากันตามรูปการณ์มันมองเหมือยกับว่า “รีบชิ่ง”กันแบบรวดเร็วทันใจ แถมยังมีแนวโน้มสูงว่า “ข้าราชการ”หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติคราวนี้จะต้อง”โดนเดี่ยว” เท่าที่เห็นลางๆก็คือ “ปิดบังความจริง”หรือรายงานข้อมูลไม่ครบถ้วน 

อย่างไรก็ดีเมื่อย้อนกลับไปพิจารณาจากเอกสารหลักฐานที่ปรากฏออกมาจะพบว่าในหนั

สือที่ มท.0208.4/886 ปรากฏลายเซ็นต์อนุมัติหราให้ใช้ที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 โดยมีการชงเรื่องขออนุมัติขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 

ความหมายก็คือเรื่องราวผ่านมาตั้งปีกว่า ทำให้เกิดข้อพิจารณาตั้งข้อสังเกตได้สองมุม มุมแรก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ถูก”แหกตา” หรือมีการรายงานข้อมูลเท็จ หรือรายงานข้อมูลไม่ครบถ้วนจนทำให้”พาซื่อ”จนต้องลงนามอนุมัติตามคำขอ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า เพื่อประโยชน์กับท้องถิ่นทั้งในแง่ของการลงทุนสร้างงานในพื้นที่ 

แต่อีกด้านหนึ่งเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับ”เรื่องป่า”เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่รัฐบาลชุดนี้รวมทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเป็นนโยบายหลักเร่งรัดให้มีการฟื้นฟูอยู่ในลำดับต้นๆ ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะเป็นไปได้ว่า “บิ๊กป๊อก”จะหลับหูหลับตาเซ็นต์โดยไม่มีการตรวจสอบให้รอบคอบ และที่สำคัญงานนี้เมื่อเกี่ยวข้องกับ”ทุนใหญ่”มันก็น่าสงสัยว่า”จะมีอะไร”ซุกซ่อนอยู่หรือไม่ 

ความหมายตามมาอีก หาก”ความไม่แตก”เสียก่อน มันก็หวานหมูไปเลยอย่างนั้นใช่หรือไม่ และหากพิจารณาตามความเป็นจริงแม้ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะป้องกันตัวเองเอาไว้อย่างรัดกุมโดยยืนยันว่าการอนุมัติครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง เพียงแต่ว่าเมื่อรับรู้ความจริง(เอาตอนที่กำลังถูกร้องเรียนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)สอบสวนและเรื่องทำท่าบานปลายส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาล)ก็สั่งให้มีการสอบสวนหาความจริงและเพิกถอนคำสั่งของตัวเอง 

ขณะเดียวกันหากพบว่ากรณีนี้มีความผิดในภายหลัง ก็ต้องถือว่าเป็น”ความผิดสำเร็จแล้ว”หรือไม่ และในฐานะที่เป็นนักการเมืองที่มีอำนาจจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร และงานนี้หากเจ้าหน้าที่มีความผิดหรือเอาผิดกับข้าราชการระดับล่างฝ่ายเกียวก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก เพราะความหมายที่แสดงออกมาแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการ”เอาตัวรอด”ไม่ยอมรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองได้ลงนามอนุมัติเห็นชอบไปแล้ว 

กรณีดังกล่าวก็เช่นเดียวกันหากมองในแง่มุมทางการเมือง การแสดงท่าทีเพิกถอนคำสั่งให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าชุมชนดังกล่าวก็น่าจะเป็นการหลีกเลี่ยง”ของร้อน”ที่กำลังลุกลามใส่มือของตัวเองและยังส่งผลกระทบกับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติอีกด้วย จึงต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลมต่างหาก แต่ถึงอย่างไรถือว่าเป็นการ”สะสมภาพลบ”อย่างชัดเจนอีกดอกใหญ่ !!

 

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments