Home » ข่าว » ปูทาง”ประยุทธ์”นายกฯคนนอก รัฐบาลแห่งชาติ(นี้)ที่เป็นไปได้ !?
ปูทาง”ประยุทธ์”นายกฯคนนอก รัฐบาลแห่งชาติ(นี้)ที่เป็นไปได้ !?

ปูทาง”ประยุทธ์”นายกฯคนนอก รัฐบาลแห่งชาติ(นี้)ที่เป็นไปได้ !?

เมืองไทย 360 องศา 

จะเรียกว่าเปิดเกมสร้างกระแสให้เกิดความเคยชินกันไปพลางๆก่อนก็ได้ สำหรับข้อเสนอ”รัฐบาลแห่งชาติ”ที่ผุดขึ้นมาอีก คราวนี้เป็นการตีปี๊บขึ้นมาจาก พิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เรียกร้องให้พรรคการเมืองใหญ่สองพรรคคือ เพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์รวมไปถึงพรรคที่(จะใหญ่)ในอนาคตคือพรรคภูมิใจไทยจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลผสม(รัฐบาลแห่งชาติ)เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป 

แน่นอนว่าในเรื่องกลไกตามรัฐธรรมนูญใหม่ตามบทเฉพาะกาลที่เปิดช่องเอาไว้ ทั้งในเรื่อง”นายกฯคนนอก”และเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)อีกจำนวน 250 คน เชื่อว่าหลายคนคงรับรู้กันมานานแล้ว แต่ถึงอย่างไรแม้ว่าจะมีเสียงของ “สว.ลากตั้ง”ซึ่งเปรียบเหมือนกับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีพรรคการเมืองเสียงข้างมาก (250 เสียง)อยู่ในมือแน่นอนแล้ว 

อย่างไรก็ดีเพื่อให้การบริหารงานของรัฐบาลราบรื่น และให้มีภาพของรัฐบาลประชาธิปไตยได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองผ่านการเลือกตั้งมันก็ต้องมี สส.ในสภาผู้แทนคอยยกมือสนับสนุนด้วยมันถึงจะเข้าองค์ประกอบให้ชาติตะวันตกยอมรับมากขึ้น 

ดังนั้นเมื่อพิจารณาอย่างหลัง การมีพรรคการเมืองและ สส.ในสภาผู้แทนสนับสนุนจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ 2-3 พรรคที่ว่านี้จะให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกอีกรอบตามกลไกใหม่ คำตอบแบบไม่อ้อมค้อมก็คือ”เป็นไปได้”แต่แบบมีเงื่อนไขและมีรายละเอียดปลีกย่อยตามมา

หากพิจารณาจากท่าทีของแต่ละพรรคก่อน นาทีนี้อยากให้เริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์ก่อน และก่อนอื่นก็ต้องพิจารณาจากสภาพความเป็นจริงในแบบ”กลุ่มอิทธิพล”ในพรรคเวลานี้ต้องบอกว่า”ขั้วของ กำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต กปปส.เก่ายังมีพลังสูง อาจเรียกได้ว่า”สูงที่สุด”แล้วก็ว่าได้ และถ้ายังจำกันได้ สุเทพ เคยย้ำมาตลอดว่าจะให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป เริ่มมาตั้งแต่ออกโรงหนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในช่วงก่อนลงประชามติมาแล้ว ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาจากแบ็กกราวด์เขากับ”พี่ใหญ่”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงในปัจจุบันก็ถือว่า”แน่นปึ้ก” รวมไปถึงคอนเนกชั่นที่ลากยาวไปถึงพรรคภูมิใจไทยที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกุล และ เนวิน ชิดชอบ ที่กำลังสยายปีกในเขตอีสานใต้มันก็เป็นคำตอบไปถึงอนาคตข้างหน้าอยู่แล้ว 

ขณะที่อีกซีกหนึ่งคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคที่แม้จับมือกับกลุ่มผู้อาวุโสในพรรค แต่เมื่อวัดตามขุมกำลังทาง”ท่อน้ำเลี้ยง”จากกลุ่มธุรกิจที่น่าจะเทไปทางกลุ่มแรกมากกว่า มันก็ทำให้ต้องจำยอมต้องปล่อยเลยตามเลย อีกทั้งการเกาะกลุ่มกับ”กลุ่มอำนาจใหม่”อย่างพวกคสช.มันก็ไม่ทำให้ตกขบวนไปรอกพักหนึ่งไม่ใช่หรือ เพราะถึงอย่างด้วยกลไกของเงื่อนไขและสถานการณ์ในปัจจุบันที่ส่งผลต่อเนื่องไปถึงอนาคตอันไกล้โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งแบบที่มากันถล่มทลายดูแล้วแทบเป็นไปไม่ได้เลย 

และตามสูตรนี้หากคิดกันไปเล่นๆ โอกาสที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะผันตัวเองจากฝ่ายบริหารหันไป”คั่วเก้าอี้ประธานสภาผู้แทน” มันก็ไม่ไกล และถือว่าเหมาะสมไม่น้อย ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาจากท่าทีเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธแบบหนักแน่น แม้กระทั่งล่าสุดที่ระบุว่าพวกเขาจะมองไปถึงอนาคตพยายามสร้างทางเลือกอย่างเต็มที่หากทำไม่ได้หรือไม่ได้รับเลือกเป็นรัฐบาลไม่ได้ก็จะไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบ และยอมรับว่าเป็นกังวลต่อข่าวที่ว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ จะออกไปตั้งพรรคใหม่ ซึ่งทุกอย่างยังไม่เกิดขึ้นยังใช้คำว่า”ถ้า”ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันกระแสการตั้งพรรคใหม่ของ สุเทพ มองอีกด้านเหมือนกับการ”บีบ”ให้ฝ่ายอภิสิทธิ์ต้องตัดสินใจ แม้ว่าที่ผ่านมา สุเทพ จะประกาศชัดว่า”ไม่ยุ่งการเมือง” แต่จากคำพูดของ อภิสิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ถือว่าเป็นจริงเป็นจังไม่น้อย ดังนั้นถ้าพูดกันแบบปัจจุบันก็ต้องบอกว่าเป็นช่วงของการ”หยั่งท่าที”แต่ไม่ใช้การปฏิเสธแบบตัดเยื่อใย 

สำหรับพรรคเพื่อไทย ของ ทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าจะมีการออกย้ำถึงท่าทีในเชิงปฏิเสธการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค หรือใครก็ตาม แต่สำหรับพรรคนี้ย่อมไม่มีความหมาย เพราะพวกเขาไม่ใช่เจ้าของ เป็นแค่”ลูกน้อง”ที่เปรียบเหมือนเป็นพนักงานบริษัทชินวัตรจำกัดที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของ และในเวลานี้อย่างที่บอกคือ”ยังเร็วไป”ที่จะสรุป อย่างน้อยยังมีอีกหลายคดีที่กำลังจะตัดสินออกมา หรือเดินหน้าต่อหรือไม่ โดยเฉพาะคดีเงินกู้ธนาคารกรุงไทยที่กำลังลุ้นชะตากรรมของ “โอ๊ค”พานทองแท้ ชินวัตร ว่าจะปล่อยให้คดีหมดอายุความหรือไม่ น่าจับตาว่าจะมีการต่อรองกันหรือไม่ อีกไม่กี่สัปดาห์ก็น่าจะเห็นความชัดเจน 

สำหรับพรรคภูมิใจไทย นั้นทั้งวันนี้และวันหน้าคงไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก เพราะเขาคือ”พรรคทหาร”ที่ถูกกำหนดมาให้สนับสนุนบิ๊กคสช.เป็นฐานเสียงของ”พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในวงการเข้าใจกันดี 

ดังนั้นหากพิจารณากันแบบเป็นไปได้สำหรับรัฐบาลแห่งชาติ(นี้)ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่ามีโอกาสเปิดมากที่สุด แม้ว่าในรูปแบบและความหมายอาจจะไม่ใช่นำเอาทุกพรรคมาหนุนแบบเต็มพิกัด แต่ถ้าให้คาดเดากันเล่นๆในแบบที่ปี่กลองยังไม่เชิด ก็ต้องบอกว่าคราวนี้แหละเป็นไปได้มากกว่าทุกครั้ง แต่ถ้าจะถามแบบฟันธงระหว่างพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ที่จะหนุน คสช.แนวโน้มน่าจะมาทางฝ่ายหลังมากกว่า !!

 

 

 

mgr-online-logo

Comments

comments