Home » ข่าว » คลังยกเว้นภาษีเงินได้-กำไร กลุ่ม Startup
คลังยกเว้นภาษีเงินได้-กำไร กลุ่ม Startup

คลังยกเว้นภาษีเงินได้-กำไร กลุ่ม Startup

คลังยอมยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีส่วนต่างจากการถือหุ้นให้แก่นักลงทุน Angle Investor และกลุ่ม VC ธุรกิจ Startup พร้อมตั้งบอร์ดฯ ที่มีอำนาจในการจัดทำมาตรการในการกำกับดูแลศูนย์ทดสอบและพัฒนานวตกรรม เพื่อเสนอแนะขอแก้ไขกฎหมายเปิดทางให้ สามารถพัฒนานวตกรรมเพื่อทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่กฎหมายในปัจจุบันอาจตามไม่ทัน คาดร่าง พ.ร.บ. Startup เข้าครม.ได้ปีนี้

นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวตกรรมแห่งชาติ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. เฉพาะเพื่อส่งเสริม Statup ส่วนสาเหตุที่จำเป็นต้อมีการร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการเฉพาะนั้นก็เนื่องจากพัฒนาการที่รวดเร็วของธุรกิจ Startup ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยจะเห็นได้ว่ามีการพูดกันถึงเรื่องความแตกต่างที่ชัดเจนมากขึ้นระหว่าง Startup. และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึง การลงทุนในรูปแบบใหม่ๆ ที่เรียกว่า Angle Investment และการลงทุนในรูปแบบธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital) โดยการตั้งคอร์เปอร์เรทแคปิตอลขึ้นมา ซึ่งทำให้ระบบนิเวศน์ของธุรกิจสตารท์อัพเปลี่ยนแปลงไปมากและการร่างพระราชบัญญัตินี้จะช่วยดึงดูดให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เกิดความสนใจที่จะทำธุรกิจสตาร์ทอัพมากขึ้น

อีกทั้ง การปรับปรุงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนต่างชาติและผู้ประกอบการในธุรกิจสตาร์อัพเพื่อให้สามารถเข้ามาลงทุนในไทยได้ ซึ่งจะเป็นการเน้นความสำคัญถึงความต้องการของรัฐบาลที่จะอุดช่องว่างของสตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจจนถึงระดับหนึ่งที่จะออกไปเติบโตเป็นบริษัทยูนิคอร์ทที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาทในต่างประเทศนั้นให้สามารถมีตลาดทุนในประเทศไทยเป็นที่รองรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของผู้ประกอบการสตาร์ทอัพทั้งไทยและต่างประเทศอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ เพื่อเป็นไปตามคำร้องขอจากภาคเอกชน เนื่องจากที่ผ่านมานั้นกรมสรรพากรได้เคยออกพระราชกำหนดเพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วยการยกเว้นภาษีนิติบุคคล, ภาษีกำไรส่วนต่างจากการถือหุ้น (capital gain tax), และภาษีเงินปันผล สำหรับนักลงทุน VC ที่ลงทุนใน SMEsโดยการยกร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริม Startup ในครั้งนี้จะทำให้ชัดเจนสำหรับการสนับสนุนนักลงทุนใน 2 ส่วนคือการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษี Capital Gain Tax ในส่วนของกลุ่ม Angle Investor และในส่วนของผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ Startup (Co-founder) เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยที่ผ่านมาแม้กรมสรรพากรจะได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนิติบุคคลไปแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาได้มีการแข่งขันในภูมิภาคเพื่อจะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีส่วนต่างจากการซื้อขายหุ้นนอกตลาดแก่นักลงทุนในธุรกิจ Startup เกิดขึ้นมา ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องพิจารณาเนื่องจากในขณะที่ประเทศยังคงไม่มีการให้สิทธิประโยชน์ของภาษีดังกล่าวนี้ โดยจะเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีคาดว่าน่าจะดำเนินการได้ภายในปี 60

ด้านนายชินาวุธ ชินะประยูร ผู้อำนวยการด้านธุรกิจนวตกรรมรายใหม่ กล่าวเพิ่มเติมถึงหลักการของร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริม Startup จะมีการกำหนดความชัดเจนถึงนิยามธุรกิจ Startup ที่ต้องจดทะเบียนและทำธุรกิจภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน และประเภทของ Startup ที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการประกอบธุรกิจ มีการทำวิจัยและพัฒนา มีการลงทุนและทำธรกิจที่เป็นนวตกรรมขึ้นมา โดยที่ในตัวของร่าง พ.ร.บ. จะประกอบไปด้วยเรื่องของสิทธิประโยชน์ทั้งที่เป็นเรื่องในเชิงของภาษีและเงินลงทุน รวมถึง สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะให้โดยเทียบเคียงกับสิทธิประโยชน์อย่างน้อยที่สุดที่ประเทศเพื่อนบ้านได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ Starup ในประเทศตน รวมถึง สิทธิประโยชน์ของประเทศอื่นๆ ในระดับโลกด้วย 

อีกทั้ง ยังจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสนับสนุน Startup ซึ่งจะมีอำนาจรวมไปถึงการจัดทำมาตรการในการกำกับดูแลศูนย์ทดสอบและพัฒนานวตกรรม (National Regulatory Sand box) ด้วย เนื่องจากในปัจจุบันมีกลุ่ม Startup ที่ได้ดำเนินธุรกิจไปไกลมากจนกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันตามไม่ทัน ซึ่งการให้อำนาจคณะกรรมการฯ ตาม พ.ร.บ ใหม่ เป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้นิติบุคคลอื่นๆ ที่เข้าข่ายลักษณะการมีนวตกรรม และอาจจะมีรูปแบบทางธุรกิจที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับสามารถดำเนินิการธุรกิจนั้นได้ โดยศูนย์ทดสอบและพัฒนานวตกรรมแห่งใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นผู้ติดตามความคืบหน้า เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ในการเสนอแนะขอแก้ไขกฎหมายต่างๆ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับธุรกิจในยุคการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่ยุค 4.0 

ด้านภาพรวมการทำธุรกิจ Startup ของไทยในปัจจุบันจะมีจำนวน Starup ที่ยังไม่ยื่นจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อประกอบธุรกิจอยู่ทั้งสิ้น 8,500 ราย ส่วนอีก 1,500 รายเป็นผู้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนฯ และมีนักลงทุนกลุ่ม VC เข้าร่วมลงทุนในกิจการแล้วไม่เกิน 500 ราย อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รายงานถึงมูลค่าเม็ดเงินของนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ระหว่างรอที่จะเข้าลงทุนในธุรกิจ Startup อยู่อีกราว 28,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1,000 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

 

 

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments