Home » ข่าว » โซอี้ สคาร์ฟ ผ้าพันคอแบรนด์ดัง จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ ส่งออก 8 ประเทศทั่วโลก
โซอี้ สคาร์ฟ ผ้าพันคอแบรนด์ดัง จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ ส่งออก 8 ประเทศทั่วโลก

โซอี้ สคาร์ฟ ผ้าพันคอแบรนด์ดัง จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ ส่งออก 8 ประเทศทั่วโลก

ใครที่ชื่นชอบผ้าพันคอคงปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่รู้จัก “โซอี้ สคาร์ฟ” (Zoe Scarf) ผ้าพันคอแบรนด์ดังติด Top 5 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง จนสามารถขึ้นห้างดังของเมืองไทย และส่งออกจำหน่ายถึง 8 ประเทศทั่วโลก แล้วอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอผู้นี้ประสบความสำเร็จใน “ธุรกิจออนไลน์”

เภสัชกรหญิงโสภา พิมพ์สิริพานิชย์ หรือ “โซอี้” อดีตเภสัชกรสาวสวย ที่สร้างแบรนด์ผ้าพันคอจากทุนเริ่มต้น 3 หมื่นบาท จนกระทั่งสามารถสร้างกำไรหลักล้านด้วยระยะเวลาเพียง 3 ปี ด้วยการใช้เวลา 1 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้นในการสร้างธุรกิจนี้

โซอี้ จบการศึกษาปริญญาตรี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เธอเลือกเรียนทางด้านเภสัชศาสตร์ เพราะอยากช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านซึ่งทำธุรกิจขายยาและขายโชห่วย โดยมีเป้าหมายคืออยากช่วยเหลือคนและสานต่องานที่บ้าน แต่ด้วยความขยันบวกกับความตั้งใจในระหว่างเรียน ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ทั้งเล่นละคร ร้านอาหารญี่ปุ่น เปิดท้ายขายของ เป็นผู้จัดการร้านอาหาร ทำธุรกิจเครือข่าย MLM (Multi Level Marketing) ซึ่งเหล่านี้กลายเป็นใบเบิกทางในการเลือกที่ทำงาน เพราะมีประสบการณ์มากมาย เมื่อเรียนจบเธอจึงได้งานเป็นคนแรกของรุ่น สมัครงาน 8 บริษัท ทุกบริษัทรับหมด

โซอี้ เล่าว่า “ตอนนั้นโซอี้เลือกเป็นผู้แทนยาที่ บริษัท Astra Zeneca (Thailand) Co.,Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทยารายใหญ่ของประเทศ และเป็นบริษัท Top 5 ของบริษัทยาระดับโลก ระหว่างทำงานโซอี้ได้เป็น Top Sale ตั้งแต่เดือนแรก ได้เงินเดือนหลักแสน ซึ่งโซอี้ก็รักษาอันดับ Top Sale มาตลอด เพราะเรารู้ว่า การที่เราทำงานได้ดีเหนือกว่าคนอื่นจะทำให้เรามีข้อต่อรองมากกว่าคนอื่น ตอนนั้นทำงานได้ 2 ปี จึงเปลี่ยนบริษัท ไปอยู่ บริษัท Pfizer (Thailand) Co.,Ltd. ซึ่งในขณะนั้นเป็นบริษัทอันดับ 1 ของโลก จาก Top 5 ก็เป็น Top 1 เขาก็รับเลยเพราะเราเป็น Top Sale มา”

เมื่อเภสัชกร หันมาจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต วันหนึ่งเธอป่วยเป็นซีสต์ที่รังไข่ จนต้องผ่าตัดด่วน ตอนนั้นเองโซอี้คิดว่าต้องทำให้ชีวิตตัวเองมั่นคง จึงตัดสินใจลาออกไปสร้างธุรกิจส่วนตัวด้วยการขายผ้าพันคอออนไลน์ และนี่คือจุดเริ่มต้นจากธุรกิจออนไลน์สู่ออฟไลน์

“ตอนนั้นโซอี้ก็คิดว่าเราจะเป็นเนื้อร้ายไหม เราจะอยู่ต่อไปไหม เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับเรา เพราะเราอายุแค่ 26 เราก็เลยคิดว่า เป้าหมายในชีวิตเราคืออะไร ซึ่งเป้าหมายของโซอี้คือ อยากให้ป๊ากับม๊าชีวิตที่สุขสบาย ป๊าถามว่าอยากทำอะไร ตอนนั้นโซอี้อยากทำร้านทอง กับอสังหาริมทรัพย์ ป๊าก็บอกว่าร้านทองอาจจะไม่ไหวมันจะอันตรายไป เลยมองว่า อสังหาริมทรัพย์นี่แหละ ก็มีเงินก้อนหนึ่งแล้วให้โซอี้ไปศึกษา

คำหนึ่งที่ป๊าพูดแล้วโซอี้จำมาใช้ตลอดชีวิตเลยก็คือ “ชีวิตเราเรียนถูกอย่างเดียวไม่ต้องเรียนผิด” เพราะว่าคนเรียนผิด เขาเรียนผิดมาให้ดูเยอะแล้ว วันนี้อยากจะสำเร็จในเรื่องไหนให้ศึกษาจากคนที่สำเร็จแล้วในเรื่องนั้น อยากทำอสังหาริมทรพัย์สำเร็จก็ต้องไปหาคนที่เขาทำแล้วสำเร็จ ป๊าก็เลยแนะนำให้รู้จักเพื่อนเขาคนหนึ่งที่กรุงเทพ ซึ่งโซอี้ไปให้เขาสอนทุกเสาร์ อาทิตย์ ว่าต้องทำอย่างไร ทุกวันนี้เราก็ยังไปหาเขาเรื่อยๆ เขาพาเราออกไปดูที่จนทุกวันนี้โซอี้หลับตาก็รู้เลยว่าแปลงไหนปลูกขึ้นไม่ขึ้น หลังจากนั้นผ่านไป 11 เดือน โซอี้สร้างตึกให้ป๊ากับม๊าเสร็จ ระหว่างการสร้างนั้นเป็นงานใหม่ซึ่งเราไม่เคยเรียนทางด้านสถาปัตย์ ไปคุมผู้รับเหมา โซอี้จึงได้เรียนต่อปริญญาโท คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำเป้าหมายนั้นจนสำเร็จ และย้ายครอบครัวจากปากช่องมาอยู่ที่กรุงเทพ”

เส้นทางธุรกิจผ้าพันคอออนไลน์ “โซอี้ สคาร์ฟ”

หลังจากนั้นจุดเปลี่ยนของโซอี้ที่ได้มาทำผ้าพันคอแบรนด์นี้คือ การแต่งงานกับสามี ซึ่งเป็นทายาท เล้าเป้งง้วน และได้เข้ามาดูแลธุรกิจกงสีในครอบครัวของสามี โซอี้เล่าว่า

โซอี้ ไปเรียนเกี่ยวกับทางด้านอสังหาริมทรัพย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้เจอกับสามีในปัจจุบัน ตอนนั้นเรียนเป็นคอร์สสั้นๆ 3 เดือน หลังจากนั้นก็แต่งงานแล้วเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจในบริษัทของเขา แต่ตอนนั้นเรารู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพทำอะไรได้มากกว่านั้น ช่วงนั้นเริ่มมีการขายของออนไลน์ เราจึงเริ่มหันมารับมาขายไป เริ่มนำเข้าของจากไต้หวันเข้ามาขาย ทำเป็นพรีออเดอร์ ซึ่งขายดีมาก จนวันหนึ่งมาคิดว่าขายไปก็ไม่มีกำไรเพราะมีภาษีนำเข้า ก็เลยคิดว่าต้องสร้างแบรนด์ตัวเองแล้วล่ะ ตอนนั้นก็คิดว่าจะทำอะไรดี จนกระทั่งไปเปิดตู้เสื้อผ้าพบว่าเราสะสมผ้าพันคอเยอะมาก ตั้งแต่หลักสิบจนถึงผืนหลักหมื่น โดยพื้นฐานเป็นคนชอบงานดีไซน์ และชอบเทคเจอร์เนื้อผ้า งานคาร์ฟชอบมาก ก็เลยมองว่านี่แหละ เราอยากทำผ้าพันคอสวยๆ ลายสวยๆ ก็เลยเริ่มทำ มาจนกระทั่ง 4 ปีแล้ว


“โซอี้ สคาร์ฟ” มีจุดเด่นที่นวัตกรรม ผ้าพันคอมีกลิ่นหอม ซึ่งเกิดจากการใช้เทคโนโลยีใหม่มาทำให้กลิ่นหอมสามารถติดอยู่บนผ้าได้ถึงหนึ่งปี และบางรุ่นนั้นใช้นวัตกรรมผ้าเปลี่ยนตามอุณหภูมิ เมื่ออยู่ในที่มีอากาศเย็น ผ้าก็จะอุ่นขึ้นอีกด้วย


ขายผ้าพันคอในเฟซบุ๊กวันละ 1 ชั่วโมง

แบรนด์ผ้าพันคอเติบโตอย่างรวดเร็ว คนที่ชื่นชอบผ้าพันคอจะรู้ว่า โซอี้สร้างแบรนด์ผ้าพันคอออนไลน์ด้วยการแอบทำ แอบทำวันละ 1 ชั่วโมง เพราะว่าตอนนั้นมีลูกแล้ว 2 คน ต้องตื่นมาโพสต์ขายของตอนกลางคืน ตอนเช้าก็ไปทำกงสี ช่วงนั้นอาชีพแม่ค้าออนไลน์สมัยก่อนยังไม่เป็นที่ยอมรับ เมื่อทำล็อตแรก 30 ผืนก็ขายหมด ขายในราคาผืนละ 1,590 บาท เพื่อนซื้อเป็นของพรีเมียมที่คนซื้อใส่ก็สวย คนซื้อฝากก็เป็นของขวัญที่ไม่น่าเกลียด ซึ่งเหนือความคาดหมาย เพราะว่าโซอี้ตั้งใจทำให้ทุกคนใช้ แต่มันกลายเป็นตลาดของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึก สิ่งที่เราไม่ได้คาดเอาไว้ก็เกิดขึ้นมา ได้เสียงตอบรับที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละคือความทุ่มเทของเรา ทำของให้ออกมาดีมันมีคนเห็นค่า ซึ่งโซอี้ใช้เวลา 6 เดือน เข้าห้างทั่วประเทศ อาทิ เอ็มโพเรียม พารากอน คิงพาวเวอร์ เป็นต้น และ 8 เดือน ส่งออก 8 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ สำหรับประเทศที่ขายดีสุดคือ ประเทศจีน รองลงมาคือ ไต้หวัน

  

ส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านตัวหนังสือ

เมื่อแบรนด์เราเป็นที่รู้จักโซอี้ได้รับการติดต่อจากสื่อต่างๆ มากมาย หลังจากนั้นได้รับเชิญไปบรรยายทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน เรื่องการตลาดออนไลน์ ทางสำนักพิมพ์ได้ชวนโซอี้ทำหนังสือ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำหนังสือเล่มแรกคือ [แอบทำ] 1 ชั่วโมงต่อวัน ฝันเปลี่ยน สูตรสำเร็จเคล็ดสร้างล้าน ซึ่งเป็นหนังสือขายดี ได้ขึ้น Best Seller นานกว่า 4 เดือน ล่าสุดปีที่แล้ว โซอี้เป็นคนแรกของประเทศไทยที่ได้ Line@ Certified trainer ก็เลยออกหนังสืออีกเล่มหนึ่งคือ สร้างโลกธุรกิจใหม่ด้วย LINE@

เราไม่เคยอยู่กับที่ มีคำหนึ่งที่มีคนพูดว่า “ถ้าทำเหมือนเดิมผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม ถ้าอยากจะมีผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปเราก็ต้องทำอะไรที่เปลี่ยนไป” คนส่วนใหญ่อยากมีผลลัพธ์มากขึ้น แต่อยากทำเหมือนเดิม แต่สำหรับโซอี้คือ ถ้าอยากมีผลลัพธ์มากขึ้นเราต้องออกแรงมากขึ้น ถ้าเรายังมีเป้าหมายยังมีฝันที่ไปไม่ถึงเราก็ต้องชาเลนจ์ตัวเองทำมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้น


ปัจจุบัน โซอี้ ทำงานทั้งหมดอยู่ 3 อย่าง อย่างแรก คือ เจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอ โซอี้ สคาร์ฟ สองคือเป็นวิทยากรทางด้านการตลาดออนไลน์ และสามคือ เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีแอล อินโนเวชั่น จำกัด (โรงงานผลิตเครื่องสำอาง)

ทิ้งท้ายสำหรับคนที่สนใจทำธุรกิจออนไลน์

ทุกวันนี้คุณอยากเรียนรู้อะไรมีให้ศึกษาหมดเลย อยากแนะนำคอร์สสัมมนาสั้นๆ ที่ย่อยมาให้แล้ว สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจออนไลน์ ที่สำคัญโซอี้มองว่า ควรศึกษาเรื่องนั้นอย่างจริงจัง และเราต้องเป็น Professional ในสิ่งที่เราทำ

ส่วนเป้าหมายของ “โซอี้ สคาร์ฟ” คือ Top Thai Brand Premium Scarf คือ ถ้าคนไทยหรือคนต่างประเทศนึกถึงพรีเมี่ยม สคาร์ฟ ต้องนึกถึงแบรนด์โซอี้ค่ะ

LOGO RSU

Comments

comments