Home » ข่าว » เชื่อมั่นรัฐบาล “ลุงตู่” สาละวันเตี้ยลง-ปากท้องเรื่องใหญ่ยืนพื้น !!
เชื่อมั่นรัฐบาล “ลุงตู่” สาละวันเตี้ยลง-ปากท้องเรื่องใหญ่ยืนพื้น !!

เชื่อมั่นรัฐบาล “ลุงตู่” สาละวันเตี้ยลง-ปากท้องเรื่องใหญ่ยืนพื้น !!

เมืองไทย 360 องศา
       
        อาจเป็นเพราะเป็นช่วงระยะสุดท้ายของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นาทีนี้กำลังเดินผ่านเวลา 3 ปี กำลังเข้าสู่ปีที่สี่ ถือเป็นระยะสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลใหม่ แม้ว่าหลายคนยังเชื่อว่าการเลือกตั้งน่าจะเลื่อนออกไปก็ตาม แต่ถ้าพิจารณาจากบรรยากาศในเวลานี้ ซึ่งอาจจะกำหนดเส้นทางในอนาคตก็ต้องบอกว่า “ไม่น่าจะเลื่อนการเลือกตั้ง” ออกไป หากจะเลื่อน หรือ “ยื้อ” ก็ทำได้เพียงแค่อยู่ในกรอบของโรดแมป นั่นคือ ปลายปี 61 หรืออย่างช้าสุดก็ไม่เกินต้นปี 2562 
       
       ประเภทที่เลื่อนการเลือกตั้งแบบไม่มีกำหนด หรือใช้อำนาจพิเศษแบบเข้มงวดห้ามชุมนุมห้ามเคลื่อนไหวก็คงห้ามได้ แต่เชื่อเถอะคนที่ออกคำสั่งนั่นแหละจะอยู่ไม่ได้ ตัวอย่างเคยมีให้เห็นบ่อยไป เชื่อว่า ผู้ที่ใช้อำนาจในปัจจุบันก็คงสรุปบทเรียนกันอยู่แล้ว
       
       อย่างไรก็ดี เงื่อนไขหลักๆ มีอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ทำให้รัฐบาลมีความมั่นคง คือ ฝีมือในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง สินค้าเกษตรมีราคาดี และอย่าโกงให้เห็น รวมไปถึงเล่นพรรคเล่นพวก แล้วถามว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำเรื่องดังกล่าวเข้าเป้าหรือไม่ คำตอบก็ต้องบอกว่า “ยังทำไม่ได้ตามที่คาดหวังเอาไว้”
       
       แน่นอนว่า ปัญหาอาจมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมยาก ทั้งตลาดต่างประเทศ ประเทศคู่ค้าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจึงไม่มีเงินซื้อสินค้า ทำให้การส่งออกของไทยที่ต้องพึ่งตาการส่งออกถึงกว่าร้อยละ 70 มีปัญหา รวมไปถึงราคาน้ำมันที่ตกต่ำที่ทั้งปีต่ำกว่าบาร์เรลละ 50 เหรียญสหรัฐฯ หรือเฉลี่ยไม่เกิน 50 เหรียญ สารพัดเหตุผล แต่สำหรับชาวบ้านแล้วพวกเขาคงไม่สนใจฟังหรือไม่เข้าใจ เข้าใจแต่เพียงว่าทำไมผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว ทำไมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ไม่ดีเลย ทำไมข้าวของแพงขึ้นทุกวัน ทำไมราคาสินค้าเกษตรมันถึงตกต่ำ ทำไมราคาสินค้าเกษตรตัวหลัก ทั้งข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ถึงได้พร้อมใจกันตกต่ำ
       
       เวลานี้หากใครลองเดินทางกลับไปภูมิลำเนาในต่างจังหวัดทุกภาค ทั้งภาคเหนือ ใต้ อีสาน ตก ออกบรรยากาศล้วนเงียบเหงา ชาวบ้านชักหน้าไม่ถึงหลัง แทบทั้งหมดเป็นเพราะราคาสินค้าเกษตรไม่ดี
       
       นั่นเป็นบรรยากาศของชาวบ้านในชนบท รวมไปถึงกึ่งเมืองกึ่งชนบทตามต่างจังหวัด ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่นี่ และยังเป็นเศรษฐกิจฐานราก ขณะที่ในเมือง รวมไปถึงในกรุงเทพมหานคร ที่การค้าขายฝืดเต็มไปด้วยความเงียบเหงา ในตลาดมีแต่แม่ค้า คนซื้อไม่ค่อยมี สาเหตุเป็นเพราะมีกำลังซื้อน้อย ต้องประหยัดลงไปอีก
       
       ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความเดือดร้อน ให้กับชาวบ้านส่วนใหญ่ ขณะเดียวกัน บรรยากศแบบนี้แหละที่ยังเป็นเงื่อนไขทางการเมืองแบบต่อเนื่อง เพราะจะกระทบกับความเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ลดลงมากขึ้น และตราบใดที่ความเชื่อมั่นลดลงก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินโครงการต่างๆ ของรัฐบาลในอนาคตที่เหลืออยู่
       
       สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้ชัดที่สุดก็มาจากผลสำรวจทุกสำนักต่างออกมาในแนวทางเดียวกัน ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลลดน้อยลง ล่าสุด ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สถานการณ์น้ำท่วมในสายตาประชาชน กลับพบว่าส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 38.99 ไม่ค่อยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะรับมือสถานการณน้ำท่วมในปีนี้ได้ ระบบการบริหารจัดการน้ำไม่มีความชัดเจน”
       
       ก่อนหน้านี้ ได้มีการสำรวจในหัวข้อประชาชนคิดอย่างไรกับการแก้ปัญหาต่างๆ ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ณ วันนี้ พบว่า อันดับ 1 มีหลายปัญหา ยังแก้ไม่ตรงจุดร้อยละ 65.70 และปัญหาหน้กอกของประชาชนที่อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขอันดับ 1 คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ถึงร้อยละ 81.89 เพราะกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ข้าวของแพง ลำบาก ประเทศไม่ก้าวหน้าเศรษฐกิจซบเซา นอกนั้นก็เป็นเรื่องที่เห็นว่ายังมีการทุจริต การทำงานของรัฐบาลยังมีความล่าช้า
       
       ขณะเดียวกัน ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นจากภาคธุรกิจ ทั้งจากผลสำรวจของธนาคารกรุงไทยที่ประมวลผลจากดัชนีธุรกิจกรุงไทยในไตรมาสที่ 2 จากการตอบกลับแบบสำรวจของลูกค้านักธุรกิจทั่วประเทศพบว่าค่อนข้างอ่อนไหวและวกกลับไปลดระดับต่ำกว่าระดับปกติ (50) มาอยู่ที่ระดับ 49.38 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากมีความกังวลด้านกำลังซื้อและความเปราะบางของเศรษฐกิจโดยเฉพาะระดับฐานรากหลังระดับราคาสินค้าเกษตรสำคัญเริ่มชะลอตัวลง อีกทั้งค่าเงินบาทมีความแข็งค่าต่อเนื่องซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกในระยะต่อไป นอกจากนี้ ยังกังวลต่อการบริหารจีดการแรงงานและต้นทุนการผลิตหลังรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายแรงงานต่างด้าว
       
       เอาเป็นว่าจากผลสำรวจต่างๆ ดังกล่าว รับรองว่า เป็นการสะท้อนจากความรู้สึกจริง เชื่อว่าทุกคนคงสัมผัสแบบนี้กันได้ เพราะถ้าใครปฏิเสธมันก็คงต้องปฏิเสธความจริง หรือต้องการ “อวยรัฐบาล” แบบแอบแฝงเป็นแน่ ขณะเดียวกัน เมื่อความเชื่อมั่นลดลงไปเรื่อยๆ มันก็ย่อมส่งผลกระทบต่อหลายเรื่องที่ตามมา โดยทั้งในด้านความเป็นอยู่ ด้านการเมืองที่จะต้องถูกไล่บี้หนักข้อมากกว่าเดิม ดังนั้น หากจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ต้องรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร เพราะเวลานี้ถือว่า “สาละวันเตี้ยลง” เรื่อยๆ แล้ว !!

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments