Home » ข่าว » ‘ซัมซุง’ ทำกำไรสูงลิ่วทำท่าจะแซง ‘แอปเปิล’ หลังผ่านวิกฤต ‘โน้ต7’ ไม่ถึงปี

‘ซัมซุง’ ทำกำไรสูงลิ่วทำท่าจะแซง ‘แอปเปิล’ หลังผ่านวิกฤต ‘โน้ต7’ ไม่ถึงปี

คอลัมน์ นอกหน้าต่าง: ‘ซัมซุง’ทำกำไรสูงลิ่วทำท่าจะแซง‘แอปเปิล’ หลังผ่านวิกฤต‘โน้ต7’ไม่ถึงปี
ผู้คนเข้าไปชมภายในร้าน 837 ของซัมซุง ที่ย่านแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก เมื่อวันพฤหัสบดี (27 ก.ค.) ซึ่งเป็นวันที่ซัมซุงรายงานคาดการณ์ผลประกอบการของไตรมาส 2 ปีนี้ ที่แสดงให้เห็นว่าจะทำกำไรจากการดำเนินงานได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

“กาแล็กซี โน้ต 7” สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ประสบปัญหาข้อบกพร่องหนักจนต้องเรียกเก็บกลับคืนจากตลาดและเสียชื่อเสียงป่นปี้ไปทั่วโลกยังไม่ทันครบปี ขณะที่ผู้นำในทางพฤตินัยของบริษัทยังมาถูกจับกุมคุมขังด้วยข้อหาติดสินบนประธานาธิบดีโสมขาว แต่ในวันนี้ บรรดานักวิเคราะห์มองว่า “ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์” กลุ่มกิจการใหญ่ยักษ์เกาหลีใต้ สามารถฟื้นตัวขึ้นมาจากจากความตกต่ำได้สำเร็จแล้ว โดยเฉพาะหลังจากบริษัทประกาศผลกำไรที่พุ่งแรงทำลายสถิติและน่าจะสามารถแซงหน้าคู่แข่งสำคัญอย่าง แอปเปิล ได้เป็นครั้งแรก 
       
       กระนั้น พวกนักวิเคราะห์เตือนด้วยว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกรายนี้ อีกทั้งเป็นหนึ่งใน “แชโบล” หรือกิจการธุรกิจแบบครอบครัว รายมหึมาซึ่งครอบงำเศรษฐกิจเกาหลีใต้อยู่ในปัจจุบัน ยังมีหวังจะต้องเผชิญกับความท้าทายอันลำบากหนักหน่วงมากขึ้นอีกในอนาคต ทั้งจากพวกคู่แข่งสัญชาติจีนที่มุ่งหมายจะช่วงชิงธุรกิจชิปเซมิคอนดักเตอร์ของซัมซุง ตลอดจนคำถามต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นมาเกี่ยวกับคณะผู้นำของบริษัท
       
       ซัมซุงทำให้พวกผู้สังเกตการณ์เซอร์ไพรซ์เอาทีเดียวในสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อรายงานคาดการณ์ผลประกอบการในรอบไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย.) ปีนี้ ซึ่งปรากฏว่ากำไรจากการดำเนินงานจะพุ่งพรวดจากระยะเดียวกันของปีที่แล้วถึง 73% โดยอยู่ในระดับ 14.1 ล้านล้านวอน (12,600 ล้านดอลลาร์) ดีกว่าที่ทำนายกันเอาไว้เยอะ และก็ทำท่าจะสามารถแซงหน้า แอปเปิล ได้เป็นครั้งแรกด้วย
       
       ทั้งนี้ แอปเปิล มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ในสัปดาห์นี้ โดยที่พวกวิเคราะห์ทำนายกันค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ว่า กำไรจากการดำเนินงานคงจะอยู่ที่ราวๆ 10,600 ล้านดอลลาร์
       
       ซัมซุงอธิบายว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนตัวใหม่อย่าง กาแล็กซี เอส 8 ที่ทำได้อย่างถล่มทลาย และดีมานด์ในชิปความจำของบริษัท ซึ่งแรงมาก คือเหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังผลประกอบการอันสดใสของไตรมาส 2 นี้ พร้อมกับทำนายต่อไปว่าบริษัทยังจะมีการดำเนินงานที่งดงามต่อไปในไตรมาสปัจจุบัน (ก.ค.-ก.ย. 2017)
       
       อันที่จริงแล้ว ยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้รายนี้ยังกำลังอยู่ในโหมด “สู้รบ” อยู่เลย เพื่อเอาชนะลบล้างความอับอายจากการต้องเรียกคืน กาแล็คซี โน้ต 7 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงของตนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ภายหลังเกิดปัญหาแบตเตอรีระเบิดแก้ไม่ตก ซึ่งทำให้บริษัทสูญเสียเงินทองไปหลายพันล้านดอลลาร์ และชื่อเสียงก็บาดเจ็บสาหัส
       
       จากผลประกอบการที่สดสวยคราวนี้ แจน ดอว์สัน หัวหน้านักวิเคราะห์แห่ง แจ๊กดอว์ รีเสิร์ช จึงมีความเห็นว่า ซัมซุงสามารถพลิกตัวกลับฟื้นขึ้นมาแล้วอย่างรวดเร็วน่าประทับใจ อย่างน้อยที่สุดเมื่อดูจากมุมมองทางด้านการเงิน
       
       ดอว์สันชี้ว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้นมา 28% ในธุรกิจโทรศัพท์มือถือของซัมซุงในไตรมาส 2 นี้ ช่างตัดแย้งกับที่ได้ตกลงไป 15% ตอนช่วงไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเวลาที่วิกฤตการเรียกคืน โน้ต 7 กำลังขึ้นไปสู่จุดสูงสุด
       
       ตัวขับดันใหญ่ที่สุดอีกตัวหนึ่งของการพลิกฟื้นอย่างรวดเร็วครั้งนี้ ได้แก่ ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของซัมซุง ซึ่งทำกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ได้ 8.03 ล้านล้านวอน สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 204% โดยที่ซัมซุงขายชิปของตนให้แก่บริษัทอื่นๆ ด้วย รวมทั้งคู่แข่งด้านสมาร์ทโฟนอย่าง แอปเปิล
       
       เจฟฟรีย์ เคน ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับอาณาจักรซัมซุง ที่กำหนดวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้ กล่าวว่า อันที่จริงแล้ว การดำเนินงานของซัมซุงไปได้ดีในช่วงนี้ เป็นอานิสงส์จากการที่บริษัท “ลงทุนอย่างมหาศาลในพวกอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อย่าง ชิปเช็ต และ จอภาพ OLED” ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน
       
       เคนเปรียบเทียบว่า “ซัมซุงมีสวนผลไม้ที่ออกลูกพร้อมที่จะให้เก็บได้อยู่หลายชนิด ถึงแม้อาจมีสักสองสามชนิด อย่างเช่น โน้ต 7 เกิดเน่าเสียไปก็ตามที”
       
       ขณะที่ ชุง ซุนซุป ผู้เชี่ยวชาญที่บริหารเว็บไซต์ Chaebol.com ซึ่งคอยติดตามสินทรัพย์และวิธีปฏิบัติของพวกกลุ่มธุรกิจแบบครอบครัวรายยักษ์ของเกาหลีใต้ กล่าวเสริมว่า การที่ทั่วโลกมีดีมานด์ในชิปเซมิคอนดักเตอร์สูงมาก จึงสร้างกำไรเพิ่มขึ้นแยะให้ซัมซุง
       
       “บริษัทยังจะได้รับประโยชน์จากการบูมของเซมิคอนดักเตอร์ในทั่วโลก ต่อไปอีกสองสามปีข้างหน้าด้วย” ชุง บอก

คอลัมน์ นอกหน้าต่าง: ‘ซัมซุง’ทำกำไรสูงลิ่วทำท่าจะแซง‘แอปเปิล’ หลังผ่านวิกฤต‘โน้ต7’ไม่ถึงปี
โฆษณา กาแล็กซี โน้ต แฟน เอดิชั่น ที่ร้านโทรศัพท์มือถือของ “ซัมซุง” แห่งหนึ่งในกรุงโซล

        ปัญหาผู้นำบริษัทและพวกคู่แข่งชาวจีน 
       
       อย่างไรก็ตาม หลังจากการเก็บเกี่ยวที่ได้ผลดีอย่างน่าชื่นใจเช่นนี้แล้ว ซัมซุงก็ดูจะต้องเผชิญความท้าทายอันใหญ่โตยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะคำถามเกี่ยวกับผู้นำ “ที่ยังไม่ได้ผ่านการทดสอบ” ของบริษัท หรือการคุกคามซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากพวกคู่แข่งชาวจีน
       
       ลี คุนฮี ประธานของซัมซุงป่วยหนักมาหลายปีแล้ว และ ลี เจยอง หรือที่โลกตะวันตกรู้จักในนาม เจ. วาย. ลี บุตรชายคนโตของเขาซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองประธานบริษัท คือผู้นำในทางพฤตินัยของซัมซุง ทว่า ลี เจยอง ยังคงถูกคุมขังอยู่ภายหลังถูกอัยการกล่าวโทษฟ้องร้องเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในกรณีติดสินบนอันอื้อฉาวซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ พัค กึน-ฮเย ถูกถอดถอนออกจากการเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในที่สุด
       
       ชุงบอกว่า สุญญากาศแห่งผู้นำเช่นนี้จะไม่ส่งผลกระทบกระเทือนการดำเนินงานประจำวันของอาณาจักรซัมซุง สืบเนื่องจากโครงสร้างการบริหารจัดการที่มีการกระจายอำนาจอย่างชัดเจนอยู่แล้ว
       
       แต่การที่ผู้บริหารหลักๆ ไม่กี่คนของบริษัทกำลังต้องต่อสู้กับคดีความเรื่องติดสินบนเช่นนี้ ก็จะลดทอนความสามารถของซัมซุงในการตัดสินใจสำคัญๆ เกี่ยวกับการลงทุนทางธุรกิจในระยะยาว
       
       ลี เจยอง ถูกกล่าวหาว่าติดสินบน พัค และหญิงคนสนิทของเธอเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 43,000 ล้านวอน (ประมาณ 37.4 ล้านดอลลาร์) เพื่อแลกกับการที่รัฐบาลเปิดทางสะดวกสำหรับการขยับปรับเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นในอาณาจักรซัมซุง ซึ่งจะทำให้ ลี ก้าวขึ้นรับมอบอำนาจได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ ลี ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดอะไร
       
       คาดหมายกันว่าศาลจะต้องมีคำตัดสินในคดีของลี ก่อนหน้าวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่หมายจับของเขาจะหมดอายุลง
       
       แต่กระทั่งถ้าหาก ลี กลับมาทำงานได้ นักวิเคราะห์อย่างเช่น เคน ก็มองว่า ทายาทซัมซุงผู้นี้ “ตลาดยังคงมองว่าเป็นผู้ที่ยังไม่ได้ผ่านการทดสอบ”
       
       “แทบไม่มีบุคคลภายนอกซัมซุงที่รู้จริงๆ ว่าเขามีความสามารถอะไรบ้างขนาดไหน เนื่องจากที่ผ่านมาเขาได้รับการรับประกันอยู่เสมอว่าเขาจะได้เป็นทายาทคนต่อไป” เคน บอก
       
       ขณะที่การสืบทอดอำนาจผู้นำอาจจะค่อนข้างราบรื่น แต่พวกนักวิเคราะห์เตือนว่า การครองอำนาจเหนือธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของซัมซุงกำลังจะต้องเผชิญอุปสรรคหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพวกคู่แข่งชาวจีนที่กำลังก้าวผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กำลังทุ่มเงินลงทุนหลายพันหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อช่วงชิงฐานะความเป็นเจ้าตลาดชิปของโลก
       
       “พวกผู้ผลิตชิปเซ็ตชาวจีนกำลังศึกษา กำลังเลียนแบบ และกำลังวิ่งไล่กระชั้นเข้ามา ในแวดวงเซมิคอนดักเตอร์” เคน กล่าว พร้อมกับเปรียบเทียบว่ามันก็คล้ายๆ กับการที่พวกบริษัทเกาหลีใต้ไล่ตามบริษัทญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ และก่อนหน้านั้นขึ้นไปอีกก็คือการที่พวกบริษัทญี่ปุ่นไล่ตามและแซงหน้าพวกบริษัทอเมริกันในยุคทศวรรษ 1950 และ 1960
       
       เคนชี้ว่า การก้าวขึ้นเป็นซัมซุงรายต่อไป คือความฝันอันบรรเจิดของพวกผู้ผลิตชิปเซ็ตชาวจีนเหล่านี้ เขากล่าวเสริมด้วยว่า ความฝันเช่นนี้ “เป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างเต็มที่ และซัมซุงควรที่จะมีความรู้สึกสยองต่อเรื่องนี้”

 

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments