Home » ข่าว » ออสเตรเลียโมเดล? “กูเกิล-เฟซบุ๊ก” จ่ายภาษีให้รัฐบาลออสซี่ 5.2 หมื่นล้านบาท
ออสเตรเลียโมเดล? “กูเกิล-เฟซบุ๊ก” จ่ายภาษีให้รัฐบาลออสซี่ 5.2 หมื่นล้านบาท

ออสเตรเลียโมเดล? “กูเกิล-เฟซบุ๊ก” จ่ายภาษีให้รัฐบาลออสซี่ 5.2 หมื่นล้านบาท

พบเฟซบุ๊กและกูเกิล ยอมจ่ายภาษีเต็มอัตราให้แก่รัฐบาลออสเตรเลียเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้เงินไปบริหารประเทศกว่า 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่นักวิชาการจวก “คนไทยบางคน” โวยวายปกป้องฝรั่ง ชี้ชัดเอาชีวิตและการสื่อสารผ่านสังคมไปแปลงเป็นสินค้า
       
       จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีความพยายามที่จะควบคุมผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโอทีที (Over The Top) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมเนื้อหาไม่ให้ขัดต่อระเบียบ กสทช. รวมทั้งจะต้องชำระค่าใช้คลื่นความถี่ สร้างกติกาที่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ประกอบการในระบบคลื่นความถี่ โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ ทำให้เฟซบุ๊กและกูเกิลไม่ยินยอมขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโอทีที โดยอ้างว่าส่งผลเสียต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตคอนเทนต์ และสกัดการเข้ามาลงทุนธุรกิจดิจิตอล
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ของอังกฤษ รายงานว่า เฟซบุ๊ก และ กูเกิล สองบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านออนไลน์ยอมจ่ายภาษีเต็มอัตราให้แก่รัฐบาลออสเตรเลีย ส่งผลทำให้มีรายได้เข้าประเทศ แทนที่จะไหลออกไปยังประเทศที่จ่ายภาษีต่ำกว่า โดยอ้างถึงนายสก็อต มอร์ริสสัน เจ้าหน้าที่คลังของออสเตรเลีย กล่าวกับสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลียว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลมีเงินเพิ่มขึ้นถึง 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย คิดเป็นเงินไทย 52,037 ล้านบาท ในปีภาษีนี้จากบริษัทข้ามชาติ
       
       กฎหมายที่เรียกว่า “ภาษีกูเกิล” กำหนดเป้าหมาย บริษัทระดับโลกที่มีรายได้ต่อปีสูงกว่า 1 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย โดยรัฐบาลได้มอบอำนาจให้สำนักงานภาษีออสเตรเลียทั้งทรัพยากรและบทลงโทษเพื่อให้สัมฤทธิ์ผล ส่วนเฟซบุ๊กได้ตั้งค่าให้รายได้นำส่งรัฐแก่ออสเตรเลีย ไม่ใช่ไอร์แลนด์ โดยได้ละทิ้งโครงสร้างการจัดเก็บรายได้แบบเดิม และปรับโครงสร้างใหม่ ให้แสดงยอดขายในออสเตรเลีย เมื่อกฎหมายมีการเสนอในปี 2558 รัฐบาลกล่าวว่า บริษัททั่วโลกกว่า 30 แห่งที่จ่ายภาษีเพียงเล็กน้อย หรือไม่จ่ายเลย ในผลกำไรจากการดำเนินงานของออสเตรเลีย
       
       รายงานล่าสุดของ Oxfam Ireland เปิดเผยว่า บริษัทระดับโลกกำลังเดินหน้าทำกำไรเป็นพันล้านยูโร ซึ่งนำรายได้เข้าประเทศไอร์แลนด์เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ได้แก่ Microsoft, Amazon, Facebook และ Google มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไอร์แลนด์ ซึ่งมีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 12.5% ต่ำที่สุดเป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป ทำให้เมื่อเร็วๆ นี้ สหภาพยุโรปเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ไปสู่ข้อตกลงระหว่างบริษัทข้ามชาติและประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป
       
       เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหภาพยุโรป เห็นด้วยกับมาตรการใหม่ๆ ในการปิดช่องโหว่ด้านภาษี ซึ่งทำให้บริษัทข้ามชาติที่ดำเนินงานในทั้งสหภาพยุโรปและประเทศนอกสหภาพยุโรปเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี กฎใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2563 เพื่อแก้ไขปัญหาที่เรียกว่า “ไฮบริด มิสแมทช์” (Hybrid mismatches) ที่ใช้โดยผ่านกลุ่มบริษัทเพื่อลดภาระภาษีโดยรวม ช่วยให้เปลี่ยนผลกำไร จากเขตอำนาจศาล (ประเทศ) ที่มีภาษีสูง ไปยังเขตอำนาจศาลที่มีภาษีต่ำ โดยใช้เทคนิคการบัญชีต่างๆ เช่น การทำธุรกรรมโดยใช้ราคาฉ้อฉล (Transfer Mispricing)
       
       นายธาม เชื้อสถาปณศิริ นักวิชาการสื่อสารมวลชนแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊ก Time Chuastapanasiri ว่า เฟซบุ๊กและกูเกิ้ล กลับยอมจ่ายภาษีเต็มอัตราให้รัฐบาลออสเตรเลีย กว่า 2 พันล้านเหรียญ หลังจากที่แคมเปญรณรงค์ของประชาชนในออสเตรเลียกดดันเข้าข้างรัฐบาลประเทศตนเอง จนเป็นผลสำเร็จ แตกต่างจากประเทศไทยที่ไม่ยอมจ่าย มองว่าเป็นโลกที่สาม แต่คนไทยบางคนออกมาโวยวายปกป้องบริษัทต่างชาติ
       
       “แต่ก่อน เงินรายได้จากค่าโฆษณา ก็เอาออกไปนอกประเทศ ไปจัดเก็บยังประเทศที่มีอัตราการเรียกเก็บภาษีที่ต่ำ ตอนเฟซบุ๊กร่ำรวยขายหุ้นสาธารณะ นิตยสารไทม์ เคยสรุปว่า การขายหุ้นที่ทำให้มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก เป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนนั้น คือ การปล้นแห่งสหัสวรรษ เพราะมันหมายถึง การเอาชีวิตและการสื่อสารผ่านสังคมของเรา ไปแปลงเป็นสินค้า และอีกความหมาย คือ เฟซบุ๊กเป็นบริษัทที่ขี้เหนียวและมีวิธีการเลี่ยงภาษีที่ฉลาดแกมโกงมากที่สุดในยุคนี้”
       
       “ครั้งนี้ รัฐบาลออสเตรเลีย ไม่ยอมแน่ๆ โดยรัฐบาลจะผ่านกฎหมายเพื่อเป็นการเรียกเก็บเงินภาษีบริษัทเทคโนโลยีและแพลทฟอร์มข้ามชาติเหล่านี้และจัดระเบียบทางการเก็บภาษีให้ครบตามกฎหมายกำหนด หลังจากที่ปล่อยให้บริษัทข้ามชาติสร้างรายได้มายาวนานโดยไม่ยอมเสียภาษีให้กับประเทศต้นทาง” นายธาม กล่าว

 

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments