Home » ข่าว » คนเลวป่วน-คนเลวจะกลับมา จะโทษคนไทยหรือ”ลุงตู่”ที่ล้มเหลว !?
คนเลวป่วน-คนเลวจะกลับมา จะโทษคนไทยหรือ”ลุงตู่”ที่ล้มเหลว !?

คนเลวป่วน-คนเลวจะกลับมา จะโทษคนไทยหรือ”ลุงตู่”ที่ล้มเหลว !?

 เมืองไทย 360 องศา 
       
        ทำไปทำมากลายเป็นว่าการลอบวางระเบิดที่หน้าโรงละครแห่งชาติเมื่อค่ำวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นฝีมือของ”พวกคนเลว”ที่บงการสร้างสถานการณ์ป่วน โดยเป้าหมายเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติในช่วงที่กำลังจะครบ 3 ปี 
       
       ในตอนแรกทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ เริ่มจาก พล.ต.ท.สานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะพยายามเบี่ยงเบนไปว่าไม่ใช่การลอบวางระเบิด เป็นแค่อุบัติเหตุที่เกิดแรงดันลมทำให้ท่อพีวีซีแตกและเกิดเสียงดังเท่านั้น รวมไปถึงระดับผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติก็เคยตัดบทว่า”ไม่มีป่วน”
       
       แต่ต่อมาเมื่อฝืนต่อไปไม่ไหวก็ต้องออกมายอมรับพร้อมกับระบุว่า เป็นฝีมือของ”คนไม่ดี”ที่ต้องการทำลายโดยเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก หลังจากนั้นเขาก็ได้ย้ำต่อหน้าบรรดาข้าราชการที่สำเร็จจากโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ รุ่นที่ 9 ตอนหนึ่งให้ช่วยกันสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง สร้างการรับรู้ประชาธิปไตยที่ถูกต้องไม่ใช่แค่การเลือกตั้งใครเข้ามาก็ได้ แต่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล
       
       “ยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วงในประเด็นตรงนี้ไม่ใช่อยากอยู่สืบทอดอำนาจ แต่กังวลว่าที่ทุกคนทำวันนี้จะล้มเหลวเมื่อเลือกตั้งแล้วได้คนไม่ดีกลับเข้ามา”
       
       กลายเป็นว่าจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดครั้งล่าสุดที่หน้าโรงละครแห่งชาติมีความเชื่อมโยงกับการลอบวางระเบิดที่หน้าสำนักงานกองสลากฯหลังเก่าที่ถนนราชดำเนินเมื่อสองเดือนก่อน โดยคนลงมืออาจเป็นคนเดียวกัน รวมไปถึงเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2550-51
        
       ที่น่าสนใจก็คือแทบทุกเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ และแม้ว่าคราวนี้จะพยายามพูดให้”เบาลง”โดยย้ำว่าแรงระเบิดไม่ร้ายแรง ไม่มีเจตนาทำร้ายชีวิตและทรัพย์สินแค่ข่มขู่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงก็คือมันน่าตระหนกกว่านั้น เพราะคนร้ายสามารถลงมือเมื่อไหร่ก็ได้ 
       
       มีเจตนาลงมือในเชิงสัญญลักษณ์ อย่างครั้งล่าสุดเกิดขึ้นที่ใกล้ท้องสนามหลวง ใกล้พระบรมมหาราชวังถือเป็น”พื้นที่ไข่แดง”เป็นเขตควบคุมพิเศษ แต่เมื่อสามารถลอบเข้ามาลงมือได้มันก็เจตนา”หยาม”กันชัดๆ และยิ่งก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยอมรับในทำนองว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการดิสเครดิตวันครบรอบ 3 ปีของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติในช่วงนี้ด้วย
       
       หากมองในมุมของความน่ากลัวมันก็น่ากลัว เพราะคนร้ายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าเป็นคนไม่ดีที่ยังจ้องป่วน และสามารถเลือกลงมือได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลยังไม่สามารถทำอะไรได้หรือไม่หาหาเบาะแสคนร้ายได้เลย แบบนี้แหละที่เป็นเรื่องน่ากังวล ไม่ใช่อ้างว่าแรงระเบิดไม่รุนแรง อย่างที่พยายามอ้างกันกันก่อนหน้า
       
       อย่างไรก็ดีเชื่อว่าทั้งสองสามเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพียงแต่ว่าพยายาม”กลบเกลื่อน”ให้มากที่สุด เพราะรู้ดีว่าไม่เป็นผลดี จากการถูกดิสเครดิตจนยับเยินในครั้งนี้
       
       ขณะเดียวกันการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบอกว่าให้ระวัง”คนไม่ดี”กลับมาหลังการเลือกตั้ง โดยเตือนให้เลือกคนดีและสร้างประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล นั้นแน่นอนว่าทุกคนหวังให้เป็นแบบนั้น นั่นคืออยากได้คนดีเป็นผู้นำและบริหารประเทศจากการเลือกตั้ง 
           
            การป้องกันคนไม่ดีหรือ”คนเลว”ไม่ให้เข้ามานั้น แน่นอนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติย่อมมีส่วนรับผิดชอบอย่างสำคัญด้วย เพราะภารกิจที่เป็นความหวังของประชาชนส่วนใหญ่ก็คือมุ่งหวังในเรื่อง”ปฏิรูป”อย่างเร่งด่วน แต่ผ่านมา 3 ปีภาระหลักกลับไม่มีความคืบหน้า และทำท่าจะไม่คุ้มค่ากับการตั้งความหวัง ดังนั้นหากบอกว่าการปฏิรูปทำไม่ได้แล้ว ผลงานด้านอื่นมันก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะในเมื่อเรื่องหลักทำไม่ได้ เรื่องรองก็ไม่ต้องลุ้น ก็ได้แต่ทำใจเท่านั้น !!

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments