Home » ข่าว » การเมือง » สปท.แจงชงใช้ ม.44 ออก กม.ปฏิรูป 36 ฉบับ ตามแนวทาง สปช.และเงื่อนไขเวลา
สปท.แจงชงใช้ ม.44 ออก กม.ปฏิรูป 36 ฉบับ ตามแนวทาง สปช.และเงื่อนไขเวลา

สปท.แจงชงใช้ ม.44 ออก กม.ปฏิรูป 36 ฉบับ ตามแนวทาง สปช.และเงื่อนไขเวลา

“เสี่ยจ้อน” แจง สปท.ชงใช้ ม.44 ออก กม.ปฏิรูป 36 ฉบับ ตามแนวทางที่สานต่อ สปช.และเงื่อนไขเวลา โต้เสนอโค้งสุดท้าย คำนึงถึงการรับฟังความเห็น วิเคราะห์ผลดีผลเสีย ย้ำไม่ต้องการให้การปฏิรูปประเทศสะดุด
       
       วันนี้ (17 พ.ค.) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับข้อเสนอของประธาน สปท.ที่เสนอให้ใช้มาตรา 44 ออกกฎหมายปฏิรูป 36 ฉบับ จึงขอทำความเข้าใจว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปนับแต่ สปท.เข้ามาสานงานการปฏิรูปต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 จึงไม่ใช่มาเสนอในช่วงโค้งสุดท้ายของการทำงานอย่างที่เข้าใจกัน โดย
       สปท.เสนอการบริการจัดการการปฏิรูปเป็น 2 แนวทางสำหรับข้อเสนอปฏิรูปและกฎหมายปฏิรูป ได้แก่ 1. การใช้อำนาจการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี 2. การใช้กฎหมายเพื่อการปฏิรูปโดยตราเป็นพระราชบัญญัติผ่าน สนช. หรือใช้มาตรา 44 ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่าจะใช้แนวทางใด โดยที่ผ่านมาก็ถือปฏิบัติเช่นนี้มาตลอด
       
       อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าในการปฏิรูปประเทศต้องใช้เครื่องมือหลายอย่างขึ้นกับความยากง่าย เพราะประเทศมีปัญหานานัปการที่สะสมหมักหมมมานานจึงต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว รอบคอบ และเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อให้การปฏิรูปใน 11 ด้านคืบหน้ามากที่สุด พร้อมวางรากฐานใหม่ให้แก่ประเทศเพื่อส่งมอบประเทศให้รัฐบาลหน้าต่อไป โดยเฉพาะเมื่อการปฏิรูปประเทศเข้าสู่โรดแมประยะที่ 2 นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ป.ย.ป.มีเป้าหมายให้ดำเนินการปฏิรูป 27 วาระสำคัญและเร่งด่วน 42 เรื่อง 5 ด้านได้แก่ ด้านปฏิรูปกลไกภาครัฐ, ด้านปฏิรูปเครื่องมือพัฒนาฐานราก, ด้านปฏิรูปเศรษฐกิจอนาคต, ด้านปฏิรูปทรัพยากรมนุษย์ และด้านปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีกฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อการปฏิรูป 36 ฉบับต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 ดังนั้น ประธาน สปท.เห็นว่าภายใต้เงื่อนเวลาที่จำกัดและงานของ สนช.ที่มากขึ้นในการตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายตามรัฐธรรมนูญอีก 40-50 ฉบับ จึงเสนอให้ใช้แนวทางมาตรา 44 แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแนวทางเดียว เพราะยังคงใช้แนวทางผ่านสภานิติบัญญัติด้วย ทั้งนี้ขึ้นกับนายกรัฐมนตรีจะเห็นควร ข้อยืนยันคือในการประชุมคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช.และ สปท. (วิป 2 ฝ่าย) ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการของทั้งสองสภาไปร่วมกันศึกษากฎหมายปฏิรูป 36 ฉบับล่วงหน้า โดยให้คำนึงถึงการรับฟังความคิดเห็น และวิเคราะห์ผลดีผลเสียของกฎหมายแต่ละฉบับตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันด้วย
       
       ส่วนประเด็นว่าทำไมไม่รอให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติดำเนินการนั้นเพราะไม่ต้องการให้การปฏิรูปประเทศขาดตอนสะดุดหยุดลงและเสียเวลาอันมีค่าของประเทศ สปท.เสนอรายงานปฏิรูปและข้อเสนอแนะกว่า 150 เรื่อง และร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกับแม่น้ำ 5 สายคืบหน้าไปมาก แต่คงไม่เสร็จทุกเรื่องทุกด้าน ก็ส่งไม้ต่อให้คณะกรรมการ 2 ชุดดังกล่าว โดยมี ป.ย.ป.เป็นโซ่ข้อกลางในการเชื่อมต่องานอย่างเป็นกระบวนการต่อเนื่อง

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments