Home » ข่าว » คืบมือบึ้ม! โรงละครแห่งชาติเชี่ยวชาญใช้ ไปป์บอมบ์ โยงเหตุกองสลากเก่า
คืบมือบึ้ม! โรงละครแห่งชาติเชี่ยวชาญใช้ ไปป์บอมบ์ โยงเหตุกองสลากเก่า

คืบมือบึ้ม! โรงละครแห่งชาติเชี่ยวชาญใช้ ไปป์บอมบ์ โยงเหตุกองสลากเก่า

ชุดอีโอดี คาดมือบึ้มหน้าโรงละครแห่งชาติมีความเชี่ยวชาญ และเป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุกองสลากเก่า โดยใช้ไปป์บอมบ์ทามเมอร์เป็นตัวจุดระเบิดและตั้งเวลา
       
       จากกรณีเกิดเหตุระเบิดบริเวณโคนต้นไม้บนทางเท้าใกล้เสาไฟฟ้า หน้าโรงละครแห่งชาติ ข้างสะพานสะเด็จพระปิ่นเกล้า ใกล้จุดรอรับส่งรถรับ-ส่งฟรี ถนนราชินี มุ่งหน้าถนนพระอาทิตย์ ย่านสนามหลวง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. แรงระเบิดทำให้ท่อพีวีซีขาตั้งป้ายแสดงบอร์ดแผนผังท้องสนามหลวง ที่มัดอยู่กับเสาไฟฟ้าแตกหักเป็นท่อน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบสารประกอบระเบิด
       
       ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันนี้(16 พ.ค.)ชุดสืบสวนบก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.1 และฝ่ายสืบสวนสน.ชนะสงคราม ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญ คือ ไอซีทามเมอร์ หนึ่งในชิ้นส่วนใช้ประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ตกบริเวณพื้นห่างจากจุดที่เกิดเหตุระเบิดประมาณ 15 เมตร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบด้วยว่า ไอซีทามเมอร์ดังกล่าวลักษณะเดียวกันเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดไปป์บอมบ์ ที่บริเวณหน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนินกลาง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ด้วยการใช้ทามเมอร์เป็นตัวจุดระเบิดโดยการตั้งเวลา
       
       มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดหน้ากองสลากเก่า สันนิษฐานว่า จากหลักฐานไอซีทามเมอร์ ที่พบจากเหตุระเบิดบริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ น่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับเหตุระเบิดหน้ากองสลากเก่า ชุดสืบสวนเชื่อว่าคนร้ายมีความเชี่ยวชาญการประกอบระเบิดเป็นพิเศษ เนื่องจากเหตุระเบิด ล่าสุดมือระเบิดได้ประกอบระเบิดให้มีขนาดเล็กกว่าระเบิดหน้ากองสลากเก่า หลังจากเกิดระเบิดแล้วทำให้หลักฐานต่างๆที่ใช้ประกอบระเบิดถูกทำลายไปด้วย ไม่เหลือหลักฐานเหมือนกับเหตุระเบิดครั้งแรกที่หน้ากองสสากเก่า เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบไม่พบสารประกอบระเบิด และวัสดุที่ใช้หุ้มดินระเบิดที่อาจถูกทำลายไปพร้อมกัน ผู้ก่อเหตุลงมือเพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ ไม่ได้มุ่งประสงค์ต่อชีวิตแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่พบข้างตั้งป้ายท่อพีวีซีที่แตกเป็นท่อนๆ สันนิฐานว่า คนร้ายวางระเบิดไปป์บอมบ์ไว้ใกล้ๆ แรงระเบิดจึงทำให้ท่อพีวีซีดังกล่าวแตกหัก
       
       ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ ใกล้สนามหลวง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดเมื่อค่ำวานนี้ ว่า เบื้องต้น ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ ซึ่งขณะยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นระเบิด หรือ อุบัติเหตุ ต้องรอการตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อนว่าเกิดขึ้นจากสาเหตใด ส่วนกรณีที่ฝ่ายทหาร ออกมาระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์เหมือนกับเหตุระเบิดบริเวณถังขยะหน้าอาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหลังเก่าเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น นั้นตนไม่ทราบ ยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งก็ต้องตรวจสอบในประเด็นที่หลายฝ่ายสงสัย
       
       ด้านพล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง(ผบก.พฐก.) กล่าวถึงการเก็บวัตถุพยานและตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ไปเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ หลังจากหน่วยตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าถึงที่เกิดเหตุแล้ว จากการตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุไม่พบการเผาไหม้หรือเขม่าอย่างชัดเจน พบเพียงท่อพีวีซีที่ใช้ยึดป้ายโฆษณาที่มีการแตกหัก จึงเก็บมาตรวจครบทุกชิ้น พร้อมกับวัตถุพยานอื่นๆที่อยู่ในบริเวณจุดเกิดเหตุ แต่ไม่พบคนเจ็บเนื่องจากเมื่อเจ้าหน้าที่ไปผู้ได้รับบาดเจ็บเดินทางกลับแล้ว ซึ่งการตรวจสอบเจ้าหน้าที่จะสอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อจะสืบสวนในส่วนของรอยบาดแผล ประกอบการตรวจพิสูจน์หลักฐาน
       
       พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า ถึงแม้ว่าในที่เกิดเหตุไม่พบการเผาไหม้ เขม่าหรือร่องรอยสารระเบิด โดยลักษณะเบื้องต้นเหมือนท่อแตกระเบิดเอง แต่กองพิสูจน์หลักฐาน ก็ต้องตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันผลที่ชัดเจน โดยนำชิ้นส่วนวัตถุพยานทั้งหมด เข้าห้องปฏิบัติการ ไปสกัดหาสารต่างๆ ที่ติดแฝงอยู่ ซึ่งพบติดอยู่น้อยมาก บางครั้งไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า จึงต้องนำไปเข้าเครื่องมือสกัด จากนั้นก็ต้องตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสารใด มีส่วนประกอบของสารระเบิดหรือไม่ เพื่อความชัดเจนในการยืนยันสาเหตุ การเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดครั้งนี้ ถึงตรวจสอบหารอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอต่างๆ ที่ติดอยู่
       
       ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ที่มีการใช้สารประกอบระเบิด แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า เป็นไปได้หากสารที่หลงเหลืออยู่ปริมาณน้อยมากจนไม่สามารถสกัดด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ได้ หรือกรณีที่การเผาไหม้สมบูรณ์มากจนไม่หลงเหลือสารใด ที่บ่งชี้ได้ อย่างไรก็ตามกรณีนี้ใช้เวลาในการตรวจสอบหาสารที่ติดอยู่ในวัตถุพยาน ประมาณ 1-2วันจึงจะทราบผลและพอจะชี้ได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments