Home » ข่าว » สธ.ย้ำนายกฯห่วง “พยาบาล” เร่งแจง ก.พ.-คปร.ขาดแคลนจริง
สธ.ย้ำนายกฯห่วง “พยาบาล” เร่งแจง ก.พ.-คปร.ขาดแคลนจริง

สธ.ย้ำนายกฯห่วง “พยาบาล” เร่งแจง ก.พ.-คปร.ขาดแคลนจริง

รมว.สธ. ย้ำ “บิ๊กตู่” ให้ความสำคัญพยาบาล เล็งตั้งคณะทำงานร่วม ก.พ.- คปร. ทำความเข้าใจปัญหาขาดแคลนพยาบาลจริง ด้านปลัด สธ. คาด ปี 60 บรรจุพยาบาลเป็น ขรก. ตามปกติอีก 2,600 ตำแหน่ง รองปลัด สธ.แจงพยาบาล 10,992 ตำแหน่งเป็นการขอ 3 ปี ปี 61-63 ขณะที่เครือข่ายพยาบาลเร่งยื่นหนังสือถึง “บิ๊กตู่” ขอความเห็นใจ
       
       จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2560 โดยไม่อนุมัติอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 10,992 อัตรา ตามมติของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) นำตำแหน่งว่างที่มีอยู่และตำแหน่งที่จะว่างในอนาคตมาบริหารจัดการแทน อนุมัติเพียงการเพิ่มอัตราข้าราชการพยาบาลวิชาชีพ 450 อัตรา เพื่อบรรจุโครงการผลิตพยาบาลเพื่อจังหวัดชายแดน ให้ รพ.สต. พื้นที่ชายแดน ส่งผลให้กลุ่มพยาบาลบางส่วนไม่พอใจ โดยออกมารณรงค์เคลื่อนไหวเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน และระบุว่า ไม่บรรจุลาออกยกกระทรวง 30 กันยายน 2560
       
       วันนี้ (11 พ.ค.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รับมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประชุมด่วนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พร้อมกับที่ปรึกษา รมว.สธ. นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัด สธ. และ ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาล โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟัง
       
       ทั้งนี้ นพ.ปิยะสกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือ ว่า ตำแหน่งที่ สธ. ขอให้พยาบาล จำนวน 10,992 อัตราเป็นการขอในระยะเวลา 3 ปี ไม่ใช่การบรรจุในปีเดียว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงในเรื่องนี้มาก พอมติ ครม. ออกมา ท่านก็ส่งโน้ตให้กับตนทันที คือ เราต้องบริหารจัดการให้เต็มที่ก่อนแล้วขาดแค่ไหนอย่างไร หรือมีปัญหาก็ขอไปใหม่ได้ ตนก็เรียนท่านนายกฯ ว่าจะมาปรับระบบบริหารอัตรากำลังให้ดีที่สุด ใช้อัตราว่างที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งขณะนี้มีอัตราว่างอยู่ 11,026 ตำแหน่ง ซึ่งอัตรานี้ไม่ใช่แค่พยาบาลอย่างเดียว แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร วิชาชีพสาธารณสุขทั้งหมด จริงๆ แล้วดูเหมือนเยอะ แต่ สธ. มีบุคลากรทั้งหมดอยู่ประมาณ 4 แสนคน ซึ่ง 10,000 จาก 4 แสน คือ ประมาณ 5% เท่านั้น คปร. จึงเห็นว่า สธ. น่าจะนำมาบริหารอัตราว่างให้เหลือน้อยที่สุด โดยหลังจากบริหารจัดการภายในแล้วคาดว่าจะลดเหลือประมาณ 2 – 3%
       
       “สธ. คงต้องหารือและทำความเข้าใจกับ คปร. และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่า ยังขาดอัตรากำลังพยาบาลแน่ๆ และจะหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี คาดว่า เป็นสัปดาห์หน้า เพื่อขอตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง สธ. คปร. ก.พ. และหน่วยงานกลางอย่างมหาวิทยาลัย มาศึกษาเรื่องอัตรากำลังที่เหมาะสมของบุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพ ส่วนของวิชาชีพพยาบาลก็จะต้องชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็นและขาดแคลนพยาบาล และต้องเพิ่มความก้าวหน้า ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ข้าราชการเท่านั้น ยังรวมถึงพนักงานราชการก็ต้องให้มีความก้าวหน้าด้วย อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่มีจะใช้บรรจุพยาบาลมากสุดเท่าที่ทำได้ คือ ไม่ได้แย่กว่าเดิมจากการบรรจุของทุกปีที่ผ่านมาแน่นอน ทั้งนี้ พยาบาลอยู่คู่กับโรงพยาบาลอยู่แล้ว และทราบว่า ภาระหน้าที่หนักแค่ไหน ขออย่าเพิ่งเสียกำลังใจ เพราะก็อยู่กันมานานแล้ว และย้ำว่านายกฯ ครม. และ สธ. ต่างให้ความสำคัญกับพยาบาล” รมว.สธ. กล่าว
       
       นพ.โสภณ กล่าวว่า สธ. มีพยาบาลทำงานอยู่ประมาณ 100,855 คน ขณะนี้เป็นข้าราชการแล้วประมาณ 90% คือ 87,252 คน เป็นพนักงานราชการ 260 คน พนักงานกระทรวงสาธารณสุข 6,538 คน และลูกจ้างชั่วคราว 6,805 คน หรือประมาณ 13,000 คน ที่ยังไม่เป็นข้าราชการ ทั้งนี้ ในปี 2559 สธ. ได้บรรจุพยาบาลเป็นข้าราชการประมาณ 1,700 อัตรา โดยปี 2560 มีจำนวนตำแหน่งพยาบาลว่าง 2,621 ตำแหน่ง โดยมี 1,200 ตำแหน่ง ซึ่งจัดสรรให้เขตตรวจราชการ สธ. ไปแล้วคาดว่าจะบรรจุภายใน 1 – 2 เดือนนี้ และอีก 600 ตำแหน่งได้บรรจุภายในเดือน ก.ย.2560 และช่วง ต.ค. จะมีพยาบาลเกษียณอายุราชการอีกประมาณ 800 ตำแหน่ง ซึ่งก็จะว่างและบรรจุเพิ่มได้อีก
       
       นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการขออัตราตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพที่จะบรรจุเป็นข้าราชการเพิ่มอีกกว่า 10,992 ตำแหน่ง เป็นการคิดคำนวณ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2561 – 2563 ซึ่งเมื่อมีการจัดสรรเรื่องตำแหน่งว่างต่างๆ แล้ว โดยเฉพาะก็น่าจะลดลงไม่มาก จะอยู่ที่ตัวเลข 9,000 – 10,000 ตำแหน่ง ในกรอบระยะเวลา 3 ปี เฉลี่ยปีละประมาณ 3 พันตำแหน่ง โดยเป็นตัวเลขที่คิดคำนวณแล้วว่า หากได้จำนวนนี้ในแต่ละปี จะสามารถแก้ปัญหาพยาบาลวิชาชีพไม่เพียงพอในระบบได้ และในปี 2564 ก็อาจไม่ต้องขอตำแหน่งในส่วนนี้เพิ่มเติมอีก
       
       ดร.กฤษดา กล่าวว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พยาบาลมีการลาออกจากระบบราชการไปอยู่ภาคเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะพยาบาลที่อายุงานต่ำกว่า 3 ปี สาเหตุหนึ่งเพราะไม่มีการบรรจุ จึงบอกว่าหากทำงานถึงปีที่ 4 จะได้บรรจุก็เป็นแรงดึงดูดให้คนอยู่ในระบบมากขึ้น จึงทำให้มีพยาบาลกลุ่มหนึ่งที่ยังรอการบรรจุอยู่ ทั้งนี้ แต่ละปีมีพยาบาลเข้าใหม่ประมาณ 4,000 คน มีข้อมูลว่าลาออกประมาณ 800 คน หรือประมาณ 20% ส่วนกรณีมติ ครม. ดังกล่าวนั้น สภาการพยาบาลคงต้องขอดูมติที่เป็นทางการก่อน เพราะที่ปรากฏเป็นข่าวก็เป็นเพียงข้อเสนอของ คปร. เท่านั้น อย่างกรณีไม่ให้ สธ. ขอเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพจนกว่าจะสิ้นสุดปีงบประมาณ 2568 ตรงนี้เป็นในส่วนของอัตราข้าราชการตั้งใหม่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพรวม 450 อัตรา สำหรับพื้นที่ชายแดนเป็นระยะเวลา 9 ปี คือ 2560 – 2568 ซึ่งไม่เกี่ยวกับการไม่อนุมัติกว่า 10,000 ตำแหน่งแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนของจำนวน 10,000 กว่าตำแหน่งนั้นก็ให้ สธ. บริหารจัดการไปก่อน ซึ่งหากบริหารจัดการได้ดีปีนี้พยาบาลอาจได้ถึง 3,000 อัตรา นอกจากนี้ จะต้องคุยกับ คปร. ให้เห็นว่า สธ. บริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้วแต่พยาบาลยังขาดแคลน ซึ่งต้องมีพยาบาลเข้ามาปีละ 4,000 อัตรา เพื่อชดเชย

สธ.ย้ำนายกฯห่วง “พยาบาล” เร่งแจง ก.พ.-คปร.ขาดแคลนจริง

       ดร.กฤษดา กล่าวว่า สภาฯ คงมีการทำความเข้าใจกับพยาบาลวิชาชีพด้วย ซึ่งสิ่งที่พยายามทำความเข้าใจมาตลอด คือ วิธีการจ้างงานแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีความดึงดูดในการทำงาน ได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม มีความเจริญก้าวหน้า ขณะเดียวกันตามข้อเสนอข้อที่ 3 ของ คปร. ที่ให้พยาบาลทำหน้าที่เฉพาะภารกิจของพยาบาลจริงๆ สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่สภาฯ พยายามเสนอมาตลอด เพราะตอนนี้พยาบาลทำหน้าที่หลายอย่างที่ไม่ใช่ภารกิจของพยาบาล ก็ต้องพยายามให้พยาบาลกลับมาทำงานเฉพาะภารกิจของพยาบาลที่หายไป ซึ่ง สธ. ก็มีแนวโน้มจะจ้างผู้ช่วยพยาบาลมาทำหน้าที่แทนมากขึ้น นอกจากนี้ ก็พยายามให้พยาบาลได้ศึกษาต่อ ฝึกอบรมเพิ่มเพิ่มทักษะมากขึ้น ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
       
       น.ส.รุ่งทิวา พนมแก พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ รพ.ร้อยเอ็ด ผู้ประสานงานเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว ประจำภาคอีสาน กล่าวว่า จากมติ ครม. ไม่บรรจุข้าราชการพยาบาลวิชาชีพจำนวน 10,992 อัตรา ทำให้มีความน้อยใจ เพราะวิชาชีพพยาบาลเป็นส่วนสำคัญของระบบสาธารณสุข พวกเราทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลคนไข้ ทุกปีก็มีการบรรจุทำให้ทุกคนมีความหวังว่าจะได้รับการบรรจุเพราะต้องการความมั่นคงในการทำงาน แต่พอมีมติดังกล่าวออกสะท้อนว่ารัฐบาล และ สธ. ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่พวกเราได้เสียสละเลย ดังนั้น ขณะนี้ทางเครือข่ายซึ่งมีประมาณ 500 คน จึงอยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสารข้อมูลเพื่อทำหนังสือขอความเห็นใจไปยังท่านนายกฯ ให้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ใหม่
       
       น.ส.รุ่งทิวา กล่าวว่า เมื่อเทียบแล้วพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวเงินเดือนแรกเข้าอยู่ที่ 13,000 บาท มีการปรับขึ้นเงินเดือน 1 ครั้งต่อปี เฉลี่ยขึ้นเพียงครั้งละ 500 บาท แต่เมื่อบรรจุเป็นข้าราชการจะได้เงินเดือนแรกเข้า 15,000 บาท มีการปรับเงินเดือน 2 ครั้งต่อปี เฉลี่ยครั้งละ 800 – 1,000 บาท ส่วนค่าเวรไม่แตกต่างกันเฉลี่ยเดือนละประมาณ 4,200 บาท แต่ก็ไม่แน่นอนเพราะจะได้เพียงบางโรงพยาบาลเท่านั้น เพราะเงินที่นำมาจ้างเอามาจากเงินสนับสนุนค่าเครื่องมือแพทย์ ดังนั้น จึงทำให้มีปัญหาลูกจ้างชั่วคราวของรพ.รัฐลาออกไปเยอะ เกิดภาระงานที่หนักกับคนที่ยังปฎิบัติงานอยู่ เพราะต้องรับผิดชอบดูแลคนป่วยมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการรักษาคนป่วยที่ช้าลง ส่วนที่จะมีการลาออกพร้อมกัน 30 ก.ย. หรือไม่นั้น ขอดูท่าทีของ สธ. ก่อน

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments