Home » ข่าว » ลอบฆ่า ประยุทธ์-ประวิตร คิดได้ทำยาก แต่จ้องป่วนเอาแน่ !!
ลอบฆ่า ประยุทธ์-ประวิตร คิดได้ทำยาก แต่จ้องป่วนเอาแน่ !!

ลอบฆ่า ประยุทธ์-ประวิตร คิดได้ทำยาก แต่จ้องป่วนเอาแน่ !!

เมืองไทย 360 องศา : แน่นอนว่าจากการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายทั้ง ทหาร ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ฝ่ายปกครอง ในการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุด 7 จังหวัด ซึ่งเป็นเครือข่าย ของ “โกตี๋”หนือ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำ นปช.สาย”ฮาร์ดคอร์”เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมาได้ของกลางเป็นอาวุธสงครามหลายรายการ เรียกว่า เป็น”คลังแสง”ย่อยๆได้เลยทีเดียว โดยจุดใหญ่ที่น่าสนใจก็น่าจะเป็นสามสี่จังหวัดหลักคือ ปทุมธานี บ้านของ “โกตี๋” นนทบุรี สมุทรปราการ และอยุธยา เพราะในพื้นที่แถบนี้ในยุคที่พรรคการเมืองของ ทักษิณ ชินวัตร เรืองอำนาจนั้นรับรู้กันว่าเป็นเมืองเอกของคนเสื้อแดงกันเลยทีเดียว
       
       จากการแถลงในตอนบ่ายวันเดียวกัน ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายความมั่นคง พตอ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน เรียกว่านี่คือ”งานใหญ่”แบบ”ซีเรียส”อย่างมาก
       
       เนื่อหาที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำเสนอนั้นต้องบอกว่านี่คือเรื่องใหญ่จริง เพราะฉากหลังที่เป็นอาวุธสงครามที่วางเรียงรายอยู่นั้นเป็นอาวุธที่สะสมเอาไว้เพื่องานสำคัญยิ่งยวดนั่นคือ เตรียมการสำหรับการ”ลอบสังหาร” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงระบุว่ามี”บุคคลสำคัญ”เป็นเป้าหมายด้วย
       
       ขณะเดียวกันยังระบุว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเตรียม”สร้างสถานการณ์รุนแรง”หากเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปตรวจค้นภายในวัดธรรมกายก่อนหน้านี้
       
       ก่อนหน้านั้น พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก็ยืนยันว่าจากากรควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 9 คน จากการตรวจสอบพบว่าพวกเขาเคยเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ในปี 2553 กับมวลชนคนเสื้อแดง และ 1 ใน 9 คนนี้ ก็เคยปรากฏตัวบริเวณวัดพระธรรมกายด้วย เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยตามไปจนนำไปสู่การควบคุมตัว และยังพบว่ามีการเตรียมลอบสังหารผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญ ประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และหากจำกันได้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็เคยเปิดเผยว่าเขา”ถูกขู่ฆ่า”
       
       ข้อมูลดังกล่าวที่ระบุออกมาจากปากของเจ้าหน้าที่ถือว่าเป็น”เรื่องใหญ่มาก”เพราะนี่คืองานระดับประเทศ อย่างไรก็ดีอีกด้านหนึ่งมันก็มีคำถามตามมาซ้อนเข้ามาอีกนั่นคือมัน”มีความเป็นไปได้แค่ไหน”กับงานระดับนี้ เมื่อพิจารณาจากเครือข่ายที่เหลืออยู่ในเวลานี้หลังจากการเข้ามาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
       
       เมื่อพิจารณาจากการเคลื่อนไหวของตัวบุคคลระดับแกนนำ นปช.ไม่ว่าจะเป็นแบบสายไฮปาร์คแบบ จตุพร พรหมพันธุ์ และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นต้นคนพวกนี้นาทีนี้ไม่กล้าขยับเพราะมีคดีเป็นชนัก รวมไปถึงเงื่อนไขของศาลจนต้องลดบทบาทลง ส่วนบรรดาสายฮาร์ดคอร์ที่เคยเคลื่อนไหวในแบบรุนแรงมาก่อนคนพวกนี้ถือว่า”ไม่มีระดับ”ไม่มีศักยภาพด้วยตัวเอง
       
       เพราะหากพูดถึงศักยภาพก็ต้องเพ่งมองไปที่พวกข้าราชการซึ่งก็คือพวก”คนมีสี”ทั้งตำรวจและทหารที่อยู่ในเครือข่ายมาก่อน เคยเติบโตมาภายใต้อำนาจการเมืองแบบที่เรียกว่า “มะเขือเทศ-แตงโม”นั่นแหละ แต่เมื่อเวลาผ่านมาเกือบสามปี ผ่านการโยกย้ายหลายรอบทั้งแบบกระทันหันตามมาตรา 44 หรือโยกย้ายตามฤดูกาล ทุกอย่างน่าจะเจือจางจนแทบไม่เห็นเชื้อแล้วก็ได้ อีกทั้งพวกนี้ถือว่าเป็น”นกรู้”ย่อมมองออกว่าอนาคตข้างหน้าเป็นอย่างไร หลายคนกลับลำเปลี่ยนสีกันเกือบหมดแล้ว
       
       อย่างไรก็ดีหากถามว่า “แผนลอบสังหาร” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า”ก็น่าจะมีนะ” แต่ถ้าถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ก็ต้องตอบทันทีว่า “ยาก”แบบคิดได้แต่ทำยาก เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบและเครือข่ายอำนาจในเวลานี้ถือว่าต่างกันลิบลับ ที่สำคัญความนิยมศรัทธาจากสังคมก็ต่างกันแบบไม่เห็นฝุ่น
       
       แต่หากมีคำถามหรือความเป็นไปได้ในเรื่อง “ก่อเหตุป่วน”ละก็ นี่แหละใช่เลย มีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะสร้างสถานการณ์ทำลายความมั่นคงและทำลายเครดิตของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะปีนี้เป็นช่วง”พิธีสำคัญ”ซึ่งวางใจไม่ได้เลย และหากให้ประเมินเชื่อว่า”ฝ่ายข่าว”ก็น่าจะได้กลิ่นแบบนี้มาพักใหญ่แล้ว และตามมาด้วยการลงมือกวาดล้าง ซึ่งที่ผ่านมาหากสังเกตจะพบว่ามีการตรวจค้นจับกุมแหล่งอิทธิพลสำคัญในหลายจังหวัดและตามมาด้วยการตรวจค้นใน 9 จุด 7 จังหวัด”สีแดง”ดังกล่าวข้างต้น
       
       ที่ผ่านมาหากย้อนกลับไปการก่อเหตุป่วนมักเกิดขึ้นในช่วง”เทศกาล”สำคัญแทบทุกครั้ง หรือจุดที่เป็น”สัญญลักษณ์”ทั้งสิ้น ซึ่งแบบนี้แหละน่าห่วง แต่อย่างไรก็ดีหากลงมือมันก็เหมือนกับการ”ฆ่าตัวตาย”เหมือนกัน เพราะเมื่อมีการปูพื้นกันขนาดนี้ เกิดเหตุเมื่อใดชาวบ้านก็ต้องชี้หน้าด่าทันที เนื่องจากอยู่ในข่ายต้องสงสัยมากที่สุด
       
       หากให้ประเมินความเป็นไปได้มากที่สุด พูดถึงการลอบสังหารผู้นำคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ น่าจะเป็นจริงได้น้อยมาก ในท่ามกลางองค์ประกอบด้านอำนาจและเครือข่ายในเวลานี้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่อง”ป่วน”ใน”ช่วงเหตุการณ์สำคัญ”นับจากนี้ไปหรือก่อนหน้าในช่วงที่ล้อมวัดพระธรรมกาย แบบนี้ถือว่าเป็นไปได้สูง และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ก็ได้กลิ่นถึงได้จู่โจมตรวจค้น ทางหนึ่งเป็นการ”บล็อก”สกัดเอาไว้ก่อน อีกทางหนึ่งเหมือนกับเป็นการ”ฟ้องประชาชน”ไว้ล่วงหน้า ถ้าเกิดเหตุขึ้นมาก็ต้องฝีมือพวกนี้ อะไรประมาณนั้นแหละ
       
        ดังนั้นหากตัดตอนพิจารณาเฉพาะบางเรื่องที่เห็นก็ต้องบอกว่านี่คือการกวาดล้างที่ต้องรีบทำเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการทำลายความชอบธรรม ทำลายเครดิตของฝ่ายตรงข้าม ให้ติดลบลงไปอีก !!

 

 

logo_astv_mgr

Comments

comments