Home » ข่าว » การเมือง » ดูชัด ๆ 5 นักการเมือง พรรคไหนรวยเกินพันล้าน-“มาร์ค-ปู”เงินเพิ่มเท่าไรหลังพ้นนายกฯ-สตง.จ่อตรวจอีก 100 นักการเมือง
ดูชัด ๆ 5 นักการเมือง พรรคไหนรวยเกินพันล้าน-“มาร์ค-ปู”เงินเพิ่มเท่าไรหลังพ้นนายกฯ-สตง.จ่อตรวจอีก 100 นักการเมือง

ดูชัด ๆ 5 นักการเมือง พรรคไหนรวยเกินพันล้าน-“มาร์ค-ปู”เงินเพิ่มเท่าไรหลังพ้นนายกฯ-สตง.จ่อตรวจอีก 100 นักการเมือง

ตามดู “ทรัพย์สินอดีตนักการเมือง” รัฐบาล “อภิสิทธิ์-ยิ่งลักษณ์” ใครรวยเกิน 1 พันล้านบาท ดูชัด ๆ 5 อันดับคนพรรคไหนรวย เผยข้อมูลป.ป.ช. “มาร์ค-ปู” แจ้งก่อน/หลังนั่งนายกรัฐมนตรี พบ“มาร์ค” ตลอดสมัย มีทรัพย์สินเพิ่ม 2 ล้านบาท ส่วน“ปู” ตลอดสมัยมีทรัพย์สินเพิ่ม 62 ล้านบาท เผย มติ คตง.ไฟเขียว สตง.เดินหน้าแจ้ง สรรพากร ตรวจสอบภาษีนักการเมืองตั้งแต่ปี 2558 พบสรรพากรส่งรายชื่อที่ตรวจสอบแล้ว กว่า 113 คนคืน สตง. ก่อนตัดเหลือ 60 รายชื่อ ส่วน“ผู้ว่าสตง.”ปูด กำลังตามดูนักการเมือง 100 รายส่อเลี่ยงภาษี
       
       วันนี้(19 มี.ค.) มีรายงานจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ออกมาระบุว่า เตรียมทำหนังสือแจ้งถึงกรมสรรพากร ให้เรียกเก็บภาษีจากนักการเมือง 60 คน ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเมื่อพ้นตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 อยู่ในบังคับต้องเสียภาษี และมีนักการเมืองที่มีทรัพย์สินเพิ่มจาก 50 -500 ล้านบาทถึง 1 พันล้านบาท และ มีอยู่ 1คน ที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี
       
       “สตง. คัดเฉพาะนักการเมือง ที่มีรายได้ค่อนข้างมากประเภทเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป และแจ้งให้กรมสรรพากรดำเนินการจัดเก็บย้อนหลังตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำตอบกลับมาว่า ดำเนินการแล้วหรือไม่ สตง. จึงทำหนังสือเตือนไปยังกรมสรรพากรให้ดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้กรมสรรพากรสามารถดำเนินการเก็บภาษีได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะทรัพย์สินเพิ่มขึ้นแบบปกติ หรือเพิ่มขึ้นผิดปกติก็ตาม เพราะถือว่ามีรายได้เข้ามา”
       
       คตง.ไฟเขียว สตง.เดินหน้าแจ้ง สรรพากร ตรวจสอบภาษีนักการเมือง 2 ยุค
       
       มีรายงานว่า การดำเนินการส่งเรื่องให้ กรมสรรพากร ตรวจสอบรายได้นักการเมืองนั้น เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557 นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ได้อาศัยอำนาจประธาน คตง. สั่งการให้นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทำหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ขอให้กรมสรรพากรใช้อำนาจตามมาตรา 49 แห่งประมวลรัษฎากร ประเมินภาษีนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจที่ร่ำรวยผิดปกติ
       
       ขณะที่ เมี่อเดือนมกราคม 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการ (คตง.) ที่มี นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม เป็นประธาน คตง. เห็นชอบโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 15(4) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2542 มีมติให้ สตง. ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร โดยขอให้กรมสรรพากรใช้มาตรา 49 ประเมินภาษีทรัพย์สินของนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจที่ร่ำรวยผิดปกติ ตามที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติ โดยให้เวลากรมสรรพากรดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือจาก สตง. หากกรมสรรพากรไม่ดำเนินการ ถือว่ามีความผิดทางวินัยตามมาตรา 63-64 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน
       
       ทั้งนี้ สตง. ระบุว่า จะทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงให้ลงโทษทางวินัยกับอธิบดีกรมสรรพากร พร้อมกับส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ
       
       ด้านนายชัยสิทธิ์ ระบุตอนนั้นว่า หนังสือ สตง. ที่ทำถึงอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 2 แตกต่างจากฉบับแรกตรงที่ว่า ฉบับแรกประธาน คตง. สั่งการให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินทำหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากรใช้อำนาจตามมาตรา 49 ประเมินภาษีนักการเมือง ถือเป็นการใช้อำนาจในทางบริหาร แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ดังนั้น สตง. จึงจำเป็นต้องออกหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 2 คราวนี้เป็นมติบอร์ด คตง. มีผลผูกพันตามกฎหมาย หากอธิบดีกรมสรรพากรฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตาม ถือว่ามีความผิดทางวินัย ตามมาตร 63-64 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2542 และยังมีความผิดตามมาตรา 157 ของ ป.ป.ช. ด้วย
       
       ดู 5 อันดับ นักการเมืองรวยเกินพันล้าน- ทรัพย์สิน “มาร์ค-ปู” แจ้งหลังพ้นตำแหน่ง
       
       มีรายงานว่า สำหรับ ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สำนักงานคณะกรรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่นักการเมืองยื่น ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีออกจากตำแหน่ง 1 ปี 5 คนแรกที่พบว่ามีทรัพย์สิน เกิน 1 พันล้านบาท ประกอบด้วย 1.นายประกอบ จิรกิติ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ และคู่สมรส แจ้ง ป.ป.ช.ว่า มีทรัพย์สิน 2,139,949,433 บาท 2.นายณัฐพล ทีปสุวรรณ อดีตส.ส.กทม. ประชาธิปัตย์ และคู่สมรส มืทรัพย์สิน 1,876,272,398 บาท คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิชย์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 1,781,689,267 บาท นายวิลาส จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม. ประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 1,338,301,075 บาท และนางอัญชลี เทพบุตร อดีต ส.ส.ภูเก็ต มีทรัพย์สิน 1,289,180,485 บาท
       
       ยังพบว่า ในส่วนของนายอภิสิทธิ์ ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินตอนเข้ารับตำแหน่งแจ้งว่า มีทรัพย์สิน 52 ล้านบาท มีหนี้สิน 1 ล้านบาท และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแจ้งว่า มีทรัพย์สิน 54 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน เท่ากับว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท และในกรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปีแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 53 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน
       
       ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินตอนเข้ารับตำแหน่งแจ้งว่า มีทรัพย์สิน 541 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 603 ล้านบาท มีหนี้สิน 28 ล้านบาท เท่ากับว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 62 ล้านบาท มีหนี้สินเพิ่ม 28 ล้านบาท และในกรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปีแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 612 ล้านบาท มีหนี้สิน 33 ล้านบาท
       
       ล่าสุด นายพิศิษฐ์ ออกมาย้ำว่า กำลังจะตาม ดูนักการเมืองที่อยู่ในสภา ซึ่งก็ไม่เสียภาษี ที่มีเป็น 100 ราย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีข่าวว่า บางคนเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ใครเป็นใครไป ประชาชนไปเปิดดูได้ในเว็บไซต์ของป.ป.ช.ชุดนี้เป็นกลุ่มใหญ่ที่มีรายได้เพิ่มอย่างชัดเจน ไม่อยากให้เป้าใหญ่หลุด จึงเร่งส่งรายงานให้กรมสรรพากร ดำเนินการเรียกเก็บก่อน
       
       สตง.ตัด 60 รายชื่อนักการเมือง จาก 113 ราย หลังสรรพากรตรวจภาษี
        
       มีรายงานว่า เว็ปไซต์สำนักข่าวอิศรา เปิดเผยว่า เมื่อต้นปี 2559 สตง. เคยทำหนังสือแจ้งถึงกรมสรรพากร ให้ตรวจข้อมูลภาษีของนักการเมืองที่พ้นตำแหน่งและมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยเบื้องต้นรายชื่อนักการเมือง ที่อยู่ในข่ายถูกตรวจสอบ มีจำนวน 113 ราย ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนที่จะถูกตัดเหลือ 60 คน โดย 113 คนมีรายชื่อดังนี้
       
       ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี 1. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 3. นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ 4.นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ 5. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย6. นายวีระชัย วีระเมธีกุล 7. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 8. นายกรณ์ จาติกวณิช 9. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ 10. นายแพทย์พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ 11. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 12. นายวิทยา แก้วภราดัย 13. นายมานิต นพอมรบดี 14. นายธีระ สลักเพชร 15. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 16. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ 17. นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ 18. นายไพฑูรย์ แก้วทอง
       
       19. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช 20. นายกษิต ภิรมย์ 21. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล 22. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ 23. นายถาวร เสนเนียม 24. นายโสภณ ซารัมย์ 25. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ 26. นายเกิ้อกูล ด่านชัยวิจิตร 27. ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี 28. นางพรทิวา นาคาศัย 29. นายอลงกรณ์ พลบุตร 30. นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล 31. นายสุวิทย์ คุณกิตติ 32. นายธีระ วงศ์สมุทร 33. นายชาติชาย พุคยาภรณ์ 34. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง 35.นายวิฑูรย์ นามบุตร 36. นายอิสสระ สมชัย 37.นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ 38. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร 39.นายศุภชัย โพธิ์สุ 40.นายมั่น พัธโนทัย 41. นายไชยยศ จิรเมธากร 42.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน 43.นายจุติ ไกรฤกษ์ 44.นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ 45. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ 46.นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี
       
       อดีตนักการเมือง ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ สตง.ส่งชื่อให้ตรวจภาษีเพิ่มเติม
       
       ยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 47. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 48. นายสรวงศ์ เทียนทอง 49.นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช 50.นายประชา ประสพดี 51.พลเอกพฤณฑ์ สุวรรณทัต 52. นายพ้อง ชีวานันท์ 53.นางเบญจา หลุยเจริญ 54. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 55. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย 56. นาย วิสาร เตชะธีราวัฒน์ 57.นายยรรยง พวงราช 58.นายวรเทพ รัตนากร 59.นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี 60.นางปวีณา หงสกุล 61. นายประเสริฐ บุญชัยสุข 62.นายประดิษฐ สนธวณรงค์ 63.นายจาตุรนต์ ฉายแสง 64.นายสนทยา คุณปลื้ม 65.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล 66.นายชัยเกษม นิติสิริ 67.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 68.นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์
       
       69. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา70.นายยุคล ลิ้มแหลมทอง 71.นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล 72.นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ 73.พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา 74. นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ 75.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 76.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง77.พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก78.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล 79.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 80. นายชลน่าน ศรีแก้ว 81.ฐานิสร์ เทียนทอง 82.นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร 83.พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก 84.นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ 85. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล86.นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
       
       87.นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข 88.พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต 89.นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ 90.นายเฉลิม อยู่บํารุง 91.นายพีรพันธุ์ พาลุสุข(เสียชีวิตแล้ว)92.นายศักดา คงเพชร 93.หม่อมราชวงศ์ พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์94.นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ 95.นายวิทยา บุรณศิริ 96.นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช 97.นายปลอดประสพ สุรัชสวดี 98.นางสุกุมล คุณปลื้ม99.นายชาติ หาญสวัสดิ์ 100.นายภูมิ สาระผล101.นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์102.นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ 103.นางนลินี ทวีสิน 104.นายประเสริฐ จันทรวงทอง 105.นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น 106.นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล 107.นางบุญรื่น ศรีธเรศ 108.นายพิชัย นริพทะพันธุ์ 109.นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ 110.นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ 111.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล 112.นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ 113. พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ
       
       สำนักข่าวอิศรา ระบุด้วยว่า ในเร็วๆ นี้ สตง.จะทำหนังสือฉบับใหม่ถึงกรมสรรพากร เพื่อแจ้งให้ตรวจสอบภาษีนักการเมือง 60 ราย พร้อมยืนยันเหตุผลเดิมว่า ทรัพย์สินทึ่เพิ่มขึ้นของนักการเมืองถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากรมาตรา39 อยู่ในบังคับต้องเสียภาษี และเมื่อ สตง.ตรวจแบบภ.ง.ด.แล้ว นักการเมืองส่วนใหญ่จะแจ้งรายการเสียภาษีเฉพาะเงินเดือนเท่านั้น ไม่ได้นำทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมาเสียภาษี จึงเป็นการเสียภาษีที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน และถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี ขอให้กรมสรรพากรแจ้งประเมินภาษีจากนักการเมืองเหล่านี้ด้วย เพราะเห็นว่าที่ผ่านมามีการเสียภาษีที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน และถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
       
       เรืองไกร จี้สรรพากร ตาม เช็ค 1 ล้านบาท “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”
       
       มีรายงานด้วยว่า ในกรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นั้น ในเวลา 10.30 น.วันที่ 20 มี.ค. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จะเดินทางไปร้องขอให้อธิบดีกรมสรรพากรตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร กรณีที่เคยแจ้งบัญชีคราวรับตำแหน่งรมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.51 พล.อ.ประวิตร ได้แจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่นเป็นเช็คจำนวนเงิน 1 ล้านบาท ทั้งนี้หากพิจารณาจากข้อมูลที่คนของรัฐบาลเปิดเผยออกมาเกี่ยวกับมาตราต่างๆ ในประมวลรัษฎากรแล้ว ก็ทำให้เข้าใจได้ต่อว่ากรณีเช็ค 1 ล้านบาท ของพล.อ.ประวิตร ก็ควรมีการตรวจสอบเช่นกันว่าเช็คดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่ ได้มีการเสียภาษีจากเช็คดังกล่าวหรือยัง หากยังไม่เสียจะต้องออกหมายเรียกต่อไปหรือไม่.

 

logo_astv_mgr

Comments

comments