Home » ข่าว » สุขภาพชีวิต

สุขภาพชีวิต

“ดร.อาทิตย์” วอน อย.เห็นใจคนเจ็บป่วยสนับสนุนยาพ่นกัญชาแห่งแรกในไทย ติง รัฐบาลกล้าปลดล๊อกกฏหมายเพื่อประเทศชาติ

druge

“ดร.อาทิตย์” วอน อย.เห็นใจ กล้าสนับสนุนยาพ่นกัญชาแห่งแรกในประเทศไทย วันนี้ 31 มี.ค.61 ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Arthit Ourairat ว่า “หลังจากที่ได้เรียนว่า คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้วิจัยและผลิตยาพ่นกัญชา Cannabis สำเร็จแล้ว เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรักษาบรรเทาอาการเจ็บปวดจากโรคมะเร็งและรักษาอาการอาเจียนและผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด แต่ยังอยู่ในระหว่างขอขึ้นทะเบียนกับ อย. ได้มีผู้สนใจ สอบถามและประสงค์จะขอยาเพื่อไปรักษาบรรเทาอาการโรคมะเร็งมามากมาย หลายหมื่นราย มหาวิทยาลัยรังสิตเห็นใจผู้ป่วยและญาติมิตรเป็นอย่างยิ่ง อยากจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ แต่ยังไม่สามารถทำได้ เพราะ อย. ยังไม่อนุมัติ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และกำลังพยายามอย่างที่สุดที่จะขอให้ อย. กล้าที่จะอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนได้ ทั้งนี้ก็เข้าใจว่า ไทยเรายังไม่เคยมีการคิดค้นวิจัยอะไรใหม่ๆได้ และไม่ค่อยเชื่ออะไรในคนไทย คอยแต่ตามฝรั่งต่างชาติอยู่ตลอดเวลา คอยลอกเลียนแบบเขา คอยซื้อจากเขา จึงต้องเป็นทาสเขามาตลอด ไม่มีความมั่นใจในตัวเองเสมอ ซึ่งเป็นลักษณะประจำชาติไทย และหลังจากยาตำรับแรกนี้แล้ว มหาวิทยาลัยรังสิตกำลังวิจัยผลิตยาตำหรับที่สอง. เป็นยาเม็ด อมและวางบนลิ้น ... Read More »

“ดื่มกาแฟ” อย่างไร ลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้!? / ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

560000013249601

กาแฟได้กลายเป็นเครื่องดื่มที่มาแรงอย่างมากในช่วง 20 ปีมานี้ และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนรุ่นปัจจุบันและในอนาคต สังเกตได้จากความสำเร็จของร้านขายกาแฟที่เจริญเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก แม้แต่ประเทศจีนและญี่ปุ่นซึ่งเคยมีชาเป็นเครื่องดื่มประจำวัฒนธรรมของประเทศ แต่ร้านขายกาแฟกลับเจริญเติบโตขยายกิจการมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2559 – 2560 ประมาณการว่า ทั่วโลกบริโภคกาแฟขนาดกระสอบละ 60 กิโลกรัม ประมาณ 154 ล้านกระสอบ [1] แม้ว่าประเทศที่ดื่มกาแฟต่อหัวประชากรมากที่สุดในโลกส่วนใหญ่จะอยู่ในยุโรป แต่กลับปรากฏว่าประเทศในแถบเอเชียมีอัตราการดื่มกาแฟเพิ่มมากขึ้นกว่าโซนอื่นของโลกโดยในปี 2556 มีการสำรวจพบว่า ประเทศที่ดื่มกาแฟมากที่สุดในโลกคือประเทศฟินแลนด์ ซึ่งดื่มกาแฟต่อปีประมาณ 9.6 กิโลกรัมต่อหัวประชากร ในขณะที่คนไทยดื่มกาแฟประมาณอันดับ 41 ของโลก ดื่มกาแฟต่อปีประมาณ 1.6 กิโลกรัมต่อหัวประชากร [2]คำถามที่หลายคนสงสัยว่า การดื่มกาแฟที่เพิ่มมากขึ้นนั้นจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อสุขภาพกันแน่? คำถามนี้มีความน่าสนใจต่อทั้งนักวิจัยและผู้อ่านทั่วโลก สังเกตได้จากการกล่าวถึงเรื่อง “Coffee” (กาแฟ) ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ทั่วโลกปรากฏในสารบบของ Pubmed ในต้นเดือนธันวาคม 2560 พบว่ามีจำนวนมากถึง 13,084 รายงาน ซึ่งรวมถึงงานวิจัยทางคลินิกถึง 691 รายการ และเป็นบททบทวนหรือวิจารณ์อีก 1,043 รายการ [3]โดยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ... Read More »

“นอนหลับ” แบบไหนสุขภาพถึงดี

560000013199705

ยิ่งเคลื่อนไหวมากหรือมีกิจกรรมทางกายยิ่งมาก ก็ยิ่งสุขภาพดี เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย หรือมีพฤติกรรมเนือยนิ่งมาก ก็ยิ่งส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น ส่วนการนอนหลับแม้เป็นกิจกรรมที่แทบไม่มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย แต่เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ เพราะขณะนอนหลับเป็นการช่วยฟื้นฟูร่างกาย และหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตนั่นเอง แล้วนอนหลับแบบไหนถึงจะมีสุขภาพดี?ก่อนอื่นต้องแบ่งสัดส่วนให้เหมาะสมระหว่างการมีกิจกรรมทางกายและการนอนหลับ ซึ่งแต่ละช่วงวัยนั้นมีความแตกต่างกัน โดยคู่มือข้อแนะนำการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และการนอนหลับสำหรับ 5 กลุ่มวัย มีข้อแนะนำดังนี้ 1. เด็กปฐมวัย อายุแรกเกิดถึง 5 ปี ควรมีกิจกรรมทางกายผ่านการเล่นที่หลากหลาย ทั้งระดับเบา ปานกลาง และหนัก สะสมให้ได้อย่างน้อย 180 นาทีต่อวัน และลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เช่น นั่งหรือนอนบนรถเข็น เก้าอี้ ส่วนการนอนหลับนั้น ข้อแนะนำ คืออายุ 3 เดือนแรก นอน 14 – 17 ชั่วโมงต่อวันอายุ 4 เดือน – 1 ปี นอน 12 – ... Read More »

นั่น “โยคะเด็ก” หรือ “ทารุณทารก”? ไม่ช่วยให้เด็กฉลาด เสี่ยงสมองอักเสบ!!

560000013200105

แทบกรี๊ด! หมอกุมารเวชทารกแรกเกิด เตือนพ่อแม่เด็กไทยอย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ เพราะคลิปโยคะทารก จับเด็กเหวี่ยงแขนขาไปมา ห้อยหัว ดึงคอ ไม่ใช่โยคะแต่มันคือ “การทารุณกรรมเด็ก” ย้ำเด็กจะฉลาดไม่ได้อยู่ที่พาลูกไปทำโยคะ หรือทำสปา เพราะยังมีส่วนประกอบหลายอย่างผสมผสานขัดเกลากว่าเด็กจะฉลาดจนว่านอนสอนง่าย ** “โยคะเด็ก” พ่อแม่หลงผิด เด็กอันตราย กลายเป็นประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจอย่าง “เพจคลิปเฟซบุ๊ก” โพสต์คลิปหญิงสาวใส่เสื้อสีขาวคล้ายเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ กำลังทำ “โยคะทารก” กับทารกน้อยวัยไม่กี่เดือน ด้วยการจับแขนเหวี่ยง จับขาห้อยหัว รวมถึงจับคอทารกแล้วยกขึ้น โดยมีความยาว 54 วินาที พร้อมระบุข้อความว่า “#พ่อแม่ไม่ควรทำเองเด็ดขาด #เป็นการออกกำลังกายของหมอเด็ก ให้เลือดหมุนเวียนในร่างกาย #พ่อแม่ไม่ควรทำเองเด็ดขาด #ต้องหมอเฉพาะทาง เป็นเรื่องปกติของเมืองฝรั่งที่ออกกำลังให้เด็กแบบนี้ ทำให้เลือดไหลเวียนสู่กล้ามเนื้อหัวใจ” ทันทีที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปยังโลกโซเชียลฯ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนให้เหล่าคนมีลูกและไม่มีลูกออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแกว่งเด็กทารกแรกเกิดไปมาเช่นนี้ เพราะอาจทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเป็นโรค “Shaken Baby Syndrome” ซึ่งเป็นโรคที่เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี อันมีสาเหตุมาจากการถูกเขย่าตัวแรง ๆ บ่อยครั้ง บ้างกล่าวว่า หากเด็กแขนหลุดไปทำจะเช่นไร เพราะกระดูกเด็กยิ่งอ่อนๆ อยู่ บ้างก็กล่าวว่าแม้จะเป็นการออกกำลังกาย แต่ดูแล้วก็ยังน่ากลัว หากพลาดขึ้นมาเด็กเกิดพิการงานนี้ยุ่งเลย เห็นแล้วสงสารเด็กรับไม่ได้อยากจะร้องให้ เป็นต้น ขณะที่เพจดังอย่าง Drama-addict แอดมินของเพจได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเช่นกันว่า “เห็นคลิปแบบนี้หมอเด็กร้องกรี๊ดครับ หมอเฉพาะทางก็ไม่ทำ หมอทั่วไปก็ไม่ทำ ... Read More »

อากาศเย็นลงระวังผิวแห้ง ยิ่งเกา-ใช้สบู่ฆ่าเชื้อ-อาบน้ำร้อน ยิ่งระคายเคือง

560000013179301

แพทย์เตือน อากาศเย็นแห้ง ทำผิวสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ ส่งผลผิวแห้ง ลอก หยาบกร้าน คัน พบมากในผู้สูงอายุแนะเลี่ยงอาบน้ำอุ่นนานเกินไป ใช้สบู่ฆ่าเชื้อ ถูแกะเกา ยิ่งกระตุ้นการระคายเคือง อาจทำให้ลุกลาม เรื้อรัง ติดเชื้อได้นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยลดลง หนาวเย็นกันเกือบทั่วประเทศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (18 ธ.ค.) ว่า สภาพอากาศแห้ง การอาบน้ำร้อน และฟอกสบู่บ่อยเกินไป ส่งผลให้เกิดภาวะผิวแห้งได้ นอกจากนี้ ภาวะขาดแคลนสารอาหาร ผู้ป่วยโรคไตวายที่ต้องฟอกไต ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโรคเอดส์ ผู้ป่วยโรคผิวหนังเกล็ดปลา ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ก็ยังสามารถเกิดภาวะผิวแห้งได้เช่นกัน ทั้งนี้ ภาวะผิวแห้งพบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิดจากการผลิตไขมันที่ผิวหนังน้อยลง การเก็บกักน้ำและไขมันที่ผิวหนังไม่ปกติ ส่งผลให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองที่ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณหน้าแข้ง ต้นขา แขน และลำตัว อาการมักจะค่อยเป็นค่อยไป ถ้ามีการถูแกะเการ่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง อาจทำให้เกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ ซึ่งมีลักษณะเป็นผื่นสีแดง ... Read More »

มาดูกัน!! กิจวัตรประจำวันแต่ละอย่าง ช่วย “เบิร์น” ได้กี่แคลอรี

560000012850003

กรมอนามัยออกมาเปิดเผยว่า คนไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากขึ้น โดยประชาชน 1 ใน 3 มีกิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอ ส่วนเด็กและวัยรุ่นกลับพบมากกว่า คือ 2 ใน 3 ที่มีกิจกรรมทางกายไม่พอ ทั้งที่วัยเด็กและวัยรุ่นควรมีกิจกรรมทางกายมากกว่าผู้ใหญ่ เพื่อช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกายข้อแนะนำในการมีกิจกรรมทางกาย ในประชาชนทั่วไปควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางสะสมให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ส่วนวัยเด็กและวัยรุ่นควรสะสมให้ได้ 60 นาทีต่อวัน โดยกิจกรรมที่ให้ความรู้สึกเหนื่อยปานกลาง เช่น การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน การทำงานบ้าน เป็นต้น โดยระหว่างที่ทำกิจกรรมยังสามารถพูดเป็นประโยคได้ มีเหงื่อซึมๆ หรือหากวัดอัตราการเต้นของหัวใจจะมีระดับชีพจรอยู่ที่ 120 – 150 ครั้งต่อนาทีนั่นเองแต่จากปัญหาไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะคนเมืองที่ส่วนใหญ่จะนั่งทำงาน ลุกเคลื่อนไหวน้อย อย่างเช่น พนักงานออฟฟิศ การเดินทางเมื่อเผชิญรถติดก็ต้องนั่งอยู่บนรถเป็นเวลานาน ก็ยิ่งเสียโอกาสในการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นบางคนบริหารจัดการเวลาได้ ก็สามารถไปออกกำลังกายตามที่สาธารณะหรือยิมต่างๆ เพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายให้มากขึ้น แต่สำหรับคนที่หาเวลาในการไปออกกำลังกายเช่นนี้ได้ยาก การใช้กิจวัตรประจำวันต่างๆ ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยเผาผลาญแคลอรีหรือเพิ่มกิจกรรมทางกายได้คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดทำข้อมูลพลังงานที่ใช้ในแต่ละกิจกรรมทางกายไว้ โดยระบุว่า กิจกรรมแต่ละอย่างจะใช้พลังงานกิโลแคลอรีแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับระดับความหนักของกิจกรรมนั้นๆ และน้ำหนักตัว โดยผู้ที่มีน้ำหนักมากจะใช้พลังงานในการดำเนินกิจกรรมมากกว่าคนน้ำหนักน้อย ... Read More »

ถ้าไม่อยากเป็นเบาหวาน ต้องรู้จักอาหาร 3 ชนิด

560000012843101

โรคเบาหวาน เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ ต้องควบคุมอาหาร และน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดังนั้นเรื่องการรับประทานอาหารจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด ที่จะช่วยลดการเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน หรือแม้กระทั่งคนที่กำลังเป็นอยู่ก็ตาม  ปัจจุบันมีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณปีละ 8 พันกว่าราย ในประเทศไทย ถ้ารวมๆ ทั่วประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านกว่าคน ซึ่งยังไม่รวมกับคนที่ต้องเผชิญโรคเบาหวาน เราจึงนำ 3 อ. ที่จะช่วยลดการเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมาแนะนำให้กับทุกคน มาเริ่มกันเลยค่ะ อ. 1 คือ อาหารที่ “ไม่ควร” รับประทาน1.1) น้ำตาลทุกชนิด เช่น น้ำตาลอ้อย น้ำตาลปี๊บ หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมาก เช่น น้ำเก๊กฮวย ชาเขียว น้ำอัดลม กาแฟปรุงสำเร็จ ชาไข่มุก และขนมหวานต่างๆ เค้ก คุกกี้ โดนัท เป็นต้น1.2) ผลิตภัณฑ์นม ได้แก่ นมปรุงแต่งรสหวาน โยเกิร์ตปรุงแต่งรสชาติ นมข้นหวาน บางคนชอบกินโรตีใส่นมข้นเยอะๆ หรือพวกที่ชอบกินปาท่องโก๋จิ้มนมข้น แบบนี้ตัวดีเลยค่ะ ซึ่งจะเป็นตัวนำโรคเบาหวานมาให้ได้ ดังนั้นควรจะหลีกเลี่ยงการกินของลักษณะนี้1.3) ผลไม้กวน ผลไม้แช่อิ่ม ... Read More »

เปิดงานวิจัยชัดๆ คอเลสเตอรอลลดลงแต่เสี่ยงโรคหัวใจเพิ่มขึ้น !?

Capture321

ณ บ้านพระอาทิตย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ถือได้ว่ามีความน่าเชื่อถือและมีอิทธิพลทำให้เกิดความหวาดกลัวและเข้าใจผิดอย่างมหันต์ว่าไขมันอิ่มตัวเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะทำให้คอเลสเตอรอลสูงขึ้น และเป็นผลทำให้มนุษยชาติหันมาใช้ไขมันไม่อิ่มตัวในการปรุงอาหาร นั่นก็คืองานวิจัยการทดลองโรคหลอดเลือดหัวใจของมลรัฐมินิโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่าง พ.ศ. 2511 – พ.ศ. 2516 งานวิจัยที่ว่าน่าเชื่อถือนี้ก็เพราะงานวิจัยดังกล่าวได้ใช้การสำรวจกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ถึง 9,423 คน และบางทีอาจจะเป็นงานวิจัยในมนุษย์ที่ใช้ประชากรมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในการ “ลดคอเลสเตอรอล” ด้วยการใช้ไขมันไม่อิ่มตัวประเภทที่มีกรดไขมันไลโนเลอิก หรือที่เรียกว่า ไขมันโอเมก้า 6 มาบริโภคทดแทนไขมันอิ่มตัวมากขึ้น ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้พบมากในน้ำมันพืชส่วนใหญ่ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว ฯลฯงานวิจัยชิ้นดังกล่าวคงจะทำให้หลายคนฝ่ายสนับสนุนไขมันไม่อิ่มตัวถึงกับจุกและพูดไม่ออก เพราะกลุ่มคนเดียวกันนี้ได้เคยใช้งานวิจัยชิ้นเดียวกันนี้มารณรงค์ให้ประชากรโลกมาบริโภคกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัวเพื่อลดคอเลสเตอรอลมาเป็นเวลาประมาณ 45 ปีที่ผ่านมากินไขมันไม่อิ่มตัวเพิ่มมากขึ้นทำให้คอเลสเตอรอลลดลง 13.8% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมนั้นเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น!!!แต่ความจริงอีกด้านหนึ่งที่ไม่ถูกเปิดเผยตลอด 45 ปีที่ผ่านมาในงานวิจัยชิ้นเดียวกัน คือคอเลสเตอรอลที่ลดลงทุกๆ 30 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร กลับเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตโดยรวมเพิ่มขึ้น 22%!!!! ความจริงครึ่งแรกถูกนำมาใช้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในโลกใบนี้หันมาเปลี่ยนใช้ไขมันไม่อิ่มตัวมานาน 45 ปี แต่ความจริงครึ่งหลังที่ว่าคอเลสเตอรอลที่ลดลงจากการใช้ไขมันไม่อิ่มตัวกลับเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เพิ่งจะมีการเปิดเผยความจริงนี้ในวารสารทางการแพทย์ชั้นแนวหน้าของอังกฤษ บีเอ็มเจ (BMJ Journals)โดยคณะของ ดร.คริสโตเฟอร์ อี. รัมส์เดน ... Read More »

เช็กเลย!! แต่ละ “วัย” ควรขยับร่างกายมากน้อยแค่ไหน

560000012805901

กรมอนามัย จับมือ สสส. ผุดคู่มือ “กิจกรรมทางกาย” ที่เหมาะสมของทุกกลุ่มวัย ทั้งเด็กเล็ก วัยเรียนวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ คนท้อง พร้อมกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมของ 4 อาชีพหลักคนไทยวันนี้ (7 ธ.ค.) นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย แถลงข่าวการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับประชาชน ว่า จากการสำรวจสถานการณ์กิจกรรมทางกายของประชาชนไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ประชาชน 1 ใน 3 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นจำนวนถึง 2 ใน 3 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ แต่กลับมีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการมีพฤติกรรมเนื่อยนิ่งเป็นเวลานานจะส่งผลต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจและสมอง ทั้งนี้ กรมฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา และสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ... Read More »

กายภาพบำบัด : “สอนการยืดกล้ามเนื้อส่วนขาของนักกีฬา” โดย อ.ทิวา โกศล

rsu02-12-60

อาร์เอสยู วิสดอม ทีวี (RSU WisdomTV) ทีวีแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต, http://www.rsutv.tv www.facebook.com/RSUWisdomTV รายการ RSU SPORT CLUB ช่วง กายภาพบำบัด ช่วงที่ 3 : “สอนการยืดกล้ามเนื้อส่วนขาของนักกีฬา” โดย ทิวา โกศล อาจารย์ประจำคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต ออกอากาศวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560 10.35 น. – 11.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ News 1 Read More »

“ประกันสังคม” ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มบำนาญหลังเกษียณ-โบนัสก้อนโต!

ประกันสังคม

เลขาธิการ สปส. เผย เตรียมสรุปผลสำรวจ เสนอบอร์ดฯ เพื่อเลือกแนวทางที่ดีที่สุดในการขยายอายุบำนาญ พร้อมออปชันหลังเกษียณยังสามารถเลือกรับการรักษาในระบบประกันสังคมได้ ขณะที่เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางการส่งเงินสมทบเพิ่มจาก 750 เป็น 1,000 บาท ชี้สิทธิประโยชน์เพียบ ค่าคลอดบุตร 3 หมื่น ถูกไล่ออกรับ 6 หมื่น พิการได้รายละหมื่นตลอดชีพ แต่ถ้าเสียชีวิตรับสูงสุด 1.2 แสน อีกทั้งหลังเกษียณจะได้รับบำนาญรายเดือนเพิ่มขึ้นจากของเดิมบวกโบนัสตามสูตรใหม่ ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” อย่างเต็มรูปแบบโดยสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สัดส่วนประชากรในวัยทำงานมีแนวโน้มลดลง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ต้องพิจารณาปรับรูปแบบในการจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญให้แก่ผู้ประกันตนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบันและรองรับความจำเป็นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสปส.จึงได้ดำเนินการ “ปฏิรูประบบบำนาญกองทุนประกันสังคม” เริ่มจากการจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางในการปฏิรูปฯ โดยการศึกษาของนักวิชาการ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการประกันสังคม จากนั้นจึงจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากลูกจ้างและนายจ้างทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคต่างๆ เกี่ยวกับข้อเสนอตามแนวทางดังกล่าว จำนวน 12 ครั้ง พร้อมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม เพื่อเก็บรวบรวมความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและนำมาสรุปหาแนวทางที่ดีที่สุดต่อไป ล่าสุดได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครบทั้ง 12 ครั้งแล้ว ... Read More »

ชวนผู้ประกันตนตรวจสุขภาพฟรีปีละครั้ง

ประกันสังคม

ประกันสังคมชวน “ผู้ประกันตน” ใช้สิทธิตรวจสุขภาพฟรีปีละ 1 ครั้ง ใน รพ. ที่เลือกไว้ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคนพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า สปส. ได้เพิ่มสิทธิให้ผู้ประกันตนด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพ เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ณ สถานพยาบาล ตามที่ผู้ประกันตนได้เลือกไว้ หากพบความผิดปกติผู้ประกันตนจะได้รับการบำบัดตั้งแต่ระยะแรก อาทิ การตรวจเต้านมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจสารเคมีในเลือด เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือด และการทำงานของไต เพื่อหาความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ที่พบบ่อยไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดอุดตันฯลฯทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้แก่ผู้ประกันตน ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ถึง 30 กันยายน 2560 มีผู้ประกันตนเข้ารับบริการแล้วกว่า 451,611 คน อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ประกันตนได้ตระหนักถึงสุขภาพตนเอง จึงขอเชิญชวนให้มาใช้สิทธิในการตรวจสุขภาพ ... Read More »

สัญญาณเตือนเสี่ยง “กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” ให้รีบพบหมอ

560000012598001

สถาบันโรคทรวงอก เตือนเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง เหนื่อย หายใจไม่ทัน ปวดร้าวกราม จุกคอหอย ให้รีบมาพบแพทย์ เสี่ยงเสียชีวิตด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นโรคที่เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยพบว่าประมาณ 45% ของการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นผลมาจากหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดอันตรายรุนแรงจากที่มีการขาดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจนพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเกิดขึ้นได้ ทั้งขณะทำงาน เล่นกีฬา หรือขณะพักผ่อน เนื่องจากมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและมีรอยปริของผนังหลอดเลือด ทำให้มีลิ่มเลือดและไขมันมาเกาะที่ผนังและก่อตัวเป็นตะกรันเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้ อาการและสัญญาเตือนของโรค ผู้ป่วยจะมีอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง มีเหงื่อออก ปวดร้าวไปกรามสะบักหลังแขนซ้าย หอบเหนื่อย ใจสั่น จุกบริเวณคอหอย บางรายอาจมีอาการจุกบริเวณใต้ลิ้นปี่ คล้ายโรคกระเพาะ หรือ กรดไหลย้อน เมื่อเกิดภาวะเหล่านี้ผู้ป่วยต้องรีบเดินทางมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจากข้อมูลของประเทศไทยพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มาเข้ารับการรักษาล่าช้าทำให้เสียชีวิตหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลวตามมาพญ.วิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าแนวทางการวินิจฉัยของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แพทย์จะซักประวัติ อาการ และทำตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากพบว่ามีอาการเข้าได้กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ แพทย์จะรีบทำการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยให้ปลอดภัย ด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนใส่ขดลวดค้ำยันทั้งนี้ การป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ผู้ป่วยต้องรู้จักดูแลตนเองไม่ให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง ควบคุมน้ำตาลในเลือด ... Read More »

ความดันโลหิตสูง

elsakr3

     ทุกครั้งที่หัวใจบีบตัวไล่เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจะทำให้เกิดแรงดันหรือความดันขึ้นในหลอดเลือดต่างๆ ความดันนี้เองที่เราเรียกว่า ความดันโลหิต  ค่าความดันโลหิตจะประกอบด้วยค่าสองค่าเสมอคือ  ตัวบน  และ  ตัวล่าง  เช่น คุณหมอจะบอกว่า  ความดันโลหิตของคุณร้อยยี่สิบ กับแปดสิบครับ 120 ก็คือ  ตัวบน  และ 80 ก็คือ  ตัวล่าง  ทั้งสองค่านี้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร คนไข้ควรจะต้องจดจำค่าทั้งสองของตนเองได้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการติดตามการรักษา ค่าความดันโลหิตปกติได้มาจากค่าเฉลี่ยของคนปกติเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจถ้าความดันโลหิตของคุณแตกต่างไปจากค่าปกติไปบ้าง อย่างไรก็ตามเป็นที่ตกลงกันว่าถ้า  ตัวบน  สูงกว่า 140 มิลลิเมตรปรอท หรือ  ตัวล่าง  สูงกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท จะถือว่าความดันโลหิตสูงผิดปกติ เนื่องจากความดันโลหิตไม่ใช่ค่าคงที่มีขึ้นมีลงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีหลายภาวะที่กระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเครียด ความกังวล ตื่นเต้นของคนไข้ที่มาพบแพทย์  ดังนั้นคุณหมอต้องวัดให้แน่นอนว่าคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูง การวัดความดันโลหิตต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงแล้วหาค่าเฉลี่ยเป็นวิธีการวัดความดันโลหิตที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ความดันโลหิตสูงปลอม                มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่วัดความดันโลหิตที่คลินิกหรือโรงพยาบาลพบว่ามีความดันโลหิตสูง แต่เมื่อวัดความดันโลหิตเองที่บ้าน หรือวัดโดยเครื่องวัดความดันโลหิตต่อเนื่อง 24 ชม. กลับพบว่าปกติ ปรากฏการณ์นี้ เรียกว่า ความดันโลหิตสูงปลอม หรือ White Coat Hypertension ซึ่งมีผลทำให้การวินิจฉัยและการปรับขนาดยาของแพทย์ไม่ถูกต้องได้ ดังนั้นผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจึงควรมีเครื่องมือวัดความดันโลหิตที่บ้านโดยเลือกเครื่องที่ได้รับมาตรฐานและนำเครื่องมาตรวจสอบกับเครื่องของแพทย์เป็นครั้งคราว โรคความดันโลหิตต่ำเป็นอย่างไร                มีคนไข้จำนวนมากที่ได้รับการบอกว่าเป็นโรคความดันโลหิตต่ำ ในความเป็นจริงแล้วโรคความดันโลหิตต่ำนี้ไม่มีในวงการแพทย์มีแต่ภาวะความดันโลหิตต่ำซึ่งเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยๆ คือการที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือการเสียเลือดเป็นจำนวนมาก คนไข้ที่มีอาการหน้ามืด ใจสั่น วิงเวียนบ่อยๆ ... Read More »

สปสช.หนุน “ยาดีเฟอร์ราซิร็อก” ช่วยผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เข้าถึงยา

ชูชัย ศรชำนิ

สปสช.ปี 2561 รุกดูแลผู้ป่วยธาลัสซีเมีย บรรจุนวัตกรรมยา “ดีเฟอร์ราซิร็อก” ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงยาขับเหล็กเพิ่ม ยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมขยายครอบคลุมดูแลผู้ป่วยเพิ่ม 1.5 หมื่นรายนพ.ชูชัย ศรชำนิ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคเลือดธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง หรือที่เรียกว่าชนิดพึ่งพาเลือด ในประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยประมาณ 600,000 คน ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับเลือดอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็ก การให้เลือดและดูแลรักษาต่อเนื่องจะทำให้มีการเจริญเติบโตปกติ ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน แต่การให้เลือดอย่างต่อเนื่องมีผลต่อผู้ป่วย ทำให้เกิดภาวะธาตุเหล็กที่เกินความต้องการของร่างกาย ก่อให้เกิดผลร้ายแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆ ได้ เช่น ตับแข็ง ภาวะเบาหวาน และหัวใจวายได้ ดังนั้นในกระบวนการรักษาต่อเนื่องอย่างมีคุณภาพและความปลอดภัยแก่ผู้ป่วยโรคเลือดธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงจึงต้องได้รับยาขับธาตุเหล็ก ในอดีตผู้ป่วยโรคเลือดธาลัสซีเมียส่วนใหญ่จะได้รับยาขับเหล็กชนิดฉีด ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังโดยใช้เครื่องช่วยฉีดยา 8–12 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลให้เด็กไม่ยอมรับการรักษาสม่ำเสมอเพราะต้องเจ็บปวดจากการฉีดยาและกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยในกลุ่มเด็กไม่สามารถดำรงชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นได้ เช่น ไปโรงเรียน วิ่งเล่นกับเพื่อน เป็นต้น ด้วยพัฒนาการทางเทคโนโลยีจากการพัฒนายาดีเฟอริโพรน (Deferiprone) ซึ่งเป็นยาขับเหล็กชนิดกิน โดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ทำให้ราคายาถูกลง ดังนั้นคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ... Read More »